Unseal

กาลครั้งหนึ่ง...เมื่อราว ๆ สิบปีที่แล้ว...

มีเด็กนักเรียนชายคนหนึ่ง เรียนอยู่ชั้นป.5

ทุก ๆ วันเขาได้เงินค่าข้าวกลางวันสัปดาห์ละ 100 บาท

แต่แทนที่เขาจะใช้เงินเพื่อหม่ำข้าววันละ 20 บาท

เขากลับใช้มันหมดไปในครั้งเดียว ในเช้าวันจันทร์ของเกือบทุกสัปดาห์...

กับการซื้อหนังสือการ์ตูนหุ่นยนต์ตัวสีฟ้า ๆ มือกลม ๆ มีกระเป๋าหน้าท้อง...

(ไม่ใช่กันดั้มนะ OAO )

ซึ่งเป็นการ์ตูนที่เขาชอบมากที่สุดครั้งละ 4 เล่ม เล่มละ 25 บาท

ส่วนมื้อกลางวันก็ไม่ต้องกิน ... กลับไปกินที่บ้านทีเีดียวเลย...

เงินที่เรียกว่าเงินค่าขนม ... กลายเป็นเงินค่าการ์ตูน ...

 

 -----------------------------------------------------

 

ห้าปีต่อมา ...

เด็กชายคนเดิมเกิดสอบเข้าศูนย์วิทย์ - คณิตฯ ได้

ตอนนี้เขาได้ค่าขนมสัปดาห์ละ 200 บาท

แต่แทนที่จะเอาไปซื้อข้าวกินวันละ 40 บาท 

เขากลับเลือกที่จะโดดเรียนสัปดาห์ละหนึ่งวัน ...

...แน่นอน ส่วนใหญ่เป็นวันจันทร์ 

สมัยนั้นร้านเกมเพลย์คิดชั่วโมงละ 20 บาท...

เด็กชายคนนั้นตื่นเต้นกับการได้โดดเรียนทั้งวัน

ไปเล่นวินนิ่ง เล่นเกมเต้น เล่นไฟนอลแปด รวมทั้งเกมการ์ด ...

ทุก ๆ วันจันทร์เขาจะแต่งตัวออกจากบ้าน แต่ไม่ได้เข้าโรงเรียน

เลือกที่จะแวะเข้าร้านเกม และเดินกลับบ้านเมื่อถึงเวลาเลิกเรียน

มื้อกลางวันก็ไม่ต่างกับตอนประถมนัก ... 

บางวันก็พิเศษ ด้วยขนมจีนน้ำเงี้ยวถ้วยละ 12 บาท

ใส่ผักกับถั่วงอกเยอะ ๆ เดี๋ยวก็อิ่มเอง...

บางวันก็กินของหวานถ้วยละ 5 บาท

...บางวันก็ไม่กินอะไรเลย ...

เด็กคนนั้นฉลองการใช้ชีวิตดังกล่าวด้วยการทำแฮตทริก

ติดศูนย์สามตัว - ชีวะ,เคมี,คณิตฯ ในเทอมเดียว

เกรดเฉลี่ยเทอมนั้น 1.71 ...

 

  -----------------------------------------------------

 

สามปีต่อมา ... เด็กคนนั้นก็เริ่มโตขึ้น 

และโชคดีได้เข้ามหาวิทยาลัยเหมือนเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ 

ขณะที่เพื่อน ๆ เลือกเรียนสาขาแพทย์, วิศวะ, ทันตะ, นิติฯ

และสาขาสายวิทยาศาสตร์มากมาย

แต่เขาเลือกที่จะสอบเข้าสาขาภาษาญี่ปุ่น

ด้วยเหตุผลที่ว่า วิชาสอบมีแค่สามวิชา - สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ

จะได้ไม่ต้องอ่านมาก...

 

  -----------------------------------------------------

 

ตลอดระยะเวลาสี่ปีครึ่งที่เรียนภาษาญี่ปุ่น

เขาได้เอฟมาหนึ่งตัว ... เป็นวิชาวรรณคดีญี่ปุ่น

ด้วยเหตุผลที่เขาติดเกม ZUMA และ PANGYA 

จึงไม่ค่อยได้เข้าเรียน แม้อาจารย์จะช่วยสอนเพิ่มเวลาเรียน

เพื่อให้มีสิทธิ์สอบ แต่ถึงจะสอบไป ก็สอบไม่ผ่าน...

ปกติเขาเรียนผ่านมาได้เกือบทุกวิชา แม้จะโดดบ่อย ๆ 

การบ้านไม่ค่อยส่งก็ตาม...

เพียงแต่วิชานี้เขาเดาข้อสอบไม่ค่อยแม่นนัก 

จึงต้องเรียนซ้ำ...

 

  -----------------------------------------------------

 

ถึงวันนี้...

เป็นเวลาสองปีกว่า ๆ นับจากวันจบการศึกษา

ผู้ชายคนนี้มีปัญญาหางานทำ ได้ทำงานที่สร้างรายได้พอเลี้ยงตัวเอง

และมีพอส่งไปให้พ่อ แม่ ยาย ตา และน้าผู้มีพระคุณทุก ๆ เดือน...

 

เขาก็ยังบ้าเกม บ้าการ์ตูน

งานแปลการ์ตูนที่รับมาทำก็ถูกดองอยู่บ่อยครั้ง

เป็นผลจากอาการบ้าเกมของเขา...

 

แม้ว่าจะเคยเล่นทั้ง GOD of WAR, RE4, Counter Strike, RE หลาย ๆ ภาค, The House of The Dead, และเกมเลือดสาดอื่น ๆ อีกมากมาย...

 

แต่เขาก็ไม่เคยไปฆ่าใคร...

 

และเขาก็ยังเชื่อ

ว่าเกม 

และการ์ตูน

ไม่เคยสร้างแรงบันดาลใจจัญไร ๆ อย่างการไปฆ่าใครต่อใคร...พรรค์นั้น

ให้กับคนเล่นเกมคนไหนทั้งสิ้น

 

ถ้ามันผู้นั้นไม่มีความจัญไรในตัวของมันเอง...

 

ไม่งั้นอย่างพวกผู้ก่อการร้ายทั้งหลายก็คงต้องเล่นเกมยิงคน ปล้นคน วางระเบิด

ก่อนลงสนามจริงด้วยสิ......

 

 

ความเลวไม่ได้มีแค่ในเกม มันมีอยู่รอบตัว...

 

ผมเองก็ไม่ใช่คนดีร้อยเปอร์เซ็นต์ (แหงอยู่แล้ว)

 

และความเลวทั้งหลายแหล่ที่อยู่ในตัวผม

 

ผมก็ไม่เคยจะโทษเกม หรือการ์ตูน หรืออะไรทั้งนั้น

ผมโทษตัวผมเอง...

 

 

 

สื่อทั้งหลายก็อย่าเสนอข่าวแง่เดียวได้มั้ย...

มาทำให้คนหูเบาทั้งหลายเป็นโรคกลัวลูกหลานจะเลวเพราะเกม...

 

เพื่ออะไร...

 

สู้มาช่วยกันหาวิธีเลี้ยงลูกหลานให้ฉลาด ไม่ถูกควบคุมด้วยเกม...

 

ยังจะดีซะกว่า...

 

ฟังข่าวทีวีตอนกลางวันที่มีโนบิตะคุงมานั่งวิเคราะห์ข่าว

ที่นั่งพูดว่า...

"นอกจากนี้ ยังมีเกมอันตรายอีกหลายเกม ไม่ใช่แค่เกมนี้เกมเดียวนะครับ"

ตอนนั้น ... ผมไม่ได้ด่าโนบิตะคุง หรือด่าใครนะ

แต่ตอนนั้นผมเผลออุทานว่า "มึงบ้าป้ะน่ะ" ...

 

...พ่อแม่มีไว้ทำไม...

...การศึกษามีไว้ทำไม...

...ศีลธรรมจรรยาที่ใช้เข่นฆ่าความจัญไรมีไว้ทำไม...

 

ถ้าไม่มีปัญญามีชีวิตให้อยู่เหนือโลกสมมติ

อย่างเกม

การ์ตูน

หรือละคร

ถ้าเกิดจะทำอะไรโง่ ๆ ขึ้นมา

...ก็อย่าไปโทษมันสิโว้ย!!!...