ฉบับที่ยี่สิบห้า...กาลครั้งหนึ่ง...
posted on 05 Aug 2008 15:03 by kokoronashi in Unseal
กาลครั้งหนึ่ง...เมื่อราว ๆ สิบปีที่แล้ว...
มีเด็กนักเรียนชายคนหนึ่ง เรียนอยู่ชั้นป.5
ทุก ๆ วันเขาได้เงินค่าข้าวกลางวันสัปดาห์ละ 100 บาท
แต่แทนที่เขาจะใช้เงินเพื่อหม่ำข้าววันละ 20 บาท
เขากลับใช้มันหมดไปในครั้งเดียว ในเช้าวันจันทร์ของเกือบทุกสัปดาห์...
กับการซื้อหนังสือการ์ตูนหุ่นยนต์ตัวสีฟ้า ๆ มือกลม ๆ มีกระเป๋าหน้าท้อง...
(ไม่ใช่กันดั้มนะ OAO )
ซึ่งเป็นการ์ตูนที่เขาชอบมากที่สุดครั้งละ 4 เล่ม เล่มละ 25 บาท
ส่วนมื้อกลางวันก็ไม่ต้องกิน ... กลับไปกินที่บ้านทีเีดียวเลย...
เงินที่เรียกว่าเงินค่าขนม ... กลายเป็นเงินค่าการ์ตูน ...
-----------------------------------------------------
ห้าปีต่อมา ...
เด็กชายคนเดิมเกิดสอบเข้าศูนย์วิทย์ - คณิตฯ ได้
ตอนนี้เขาได้ค่าขนมสัปดาห์ละ 200 บาท
แต่แทนที่จะเอาไปซื้อข้าวกินวันละ 40 บาท
เขากลับเลือกที่จะโดดเรียนสัปดาห์ละหนึ่งวัน ...
...แน่นอน ส่วนใหญ่เป็นวันจันทร์
สมัยนั้นร้านเกมเพลย์คิดชั่วโมงละ 20 บาท...
เด็กชายคนนั้นตื่นเต้นกับการได้โดดเรียนทั้งวัน
ไปเล่นวินนิ่ง เล่นเกมเต้น เล่นไฟนอลแปด รวมทั้งเกมการ์ด ...
ทุก ๆ วันจันทร์เขาจะแต่งตัวออกจากบ้าน แต่ไม่ได้เข้าโรงเรียน
เลือกที่จะแวะเข้าร้านเกม และเดินกลับบ้านเมื่อถึงเวลาเลิกเรียน
มื้อกลางวันก็ไม่ต่างกับตอนประถมนัก ...
บางวันก็พิเศษ ด้วยขนมจีนน้ำเงี้ยวถ้วยละ 12 บาท
ใส่ผักกับถั่วงอกเยอะ ๆ เดี๋ยวก็อิ่มเอง...
บางวันก็กินของหวานถ้วยละ 5 บาท
...บางวันก็ไม่กินอะไรเลย ...
เด็กคนนั้นฉลองการใช้ชีวิตดังกล่าวด้วยการทำแฮตทริก
ติดศูนย์สามตัว - ชีวะ,เคมี,คณิตฯ ในเทอมเดียว
เกรดเฉลี่ยเทอมนั้น 1.71 ...
-----------------------------------------------------
สามปีต่อมา ... เด็กคนนั้นก็เริ่มโตขึ้น
และโชคดีได้เข้ามหาวิทยาลัยเหมือนเพื่อน ๆ คนอื่น ๆ
ขณะที่เพื่อน ๆ เลือกเรียนสาขาแพทย์, วิศวะ, ทันตะ, นิติฯ
และสาขาสายวิทยาศาสตร์มากมาย
แต่เขาเลือกที่จะสอบเข้าสาขาภาษาญี่ปุ่น
ด้วยเหตุผลที่ว่า วิชาสอบมีแค่สามวิชา - สังคม ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ
จะได้ไม่ต้องอ่านมาก...
-----------------------------------------------------
ตลอดระยะเวลาสี่ปีครึ่งที่เรียนภาษาญี่ปุ่น
เขาได้เอฟมาหนึ่งตัว ... เป็นวิชาวรรณคดีญี่ปุ่น
ด้วยเหตุผลที่เขาติดเกม ZUMA และ PANGYA
จึงไม่ค่อยได้เข้าเรียน แม้อาจารย์จะช่วยสอนเพิ่มเวลาเรียน
เพื่อให้มีสิทธิ์สอบ แต่ถึงจะสอบไป ก็สอบไม่ผ่าน...
ปกติเขาเรียนผ่านมาได้เกือบทุกวิชา แม้จะโดดบ่อย ๆ
การบ้านไม่ค่อยส่งก็ตาม...
เพียงแต่วิชานี้เขาเดาข้อสอบไม่ค่อยแม่นนัก
จึงต้องเรียนซ้ำ...
-----------------------------------------------------
ถึงวันนี้...
เป็นเวลาสองปีกว่า ๆ นับจากวันจบการศึกษา
ผู้ชายคนนี้มีปัญญาหางานทำ ได้ทำงานที่สร้างรายได้พอเลี้ยงตัวเอง
และมีพอส่งไปให้พ่อ แม่ ยาย ตา และน้าผู้มีพระคุณทุก ๆ เดือน...
เขาก็ยังบ้าเกม บ้าการ์ตูน
งานแปลการ์ตูนที่รับมาทำก็ถูกดองอยู่บ่อยครั้ง
เป็นผลจากอาการบ้าเกมของเขา...
แม้ว่าจะเคยเล่นทั้ง GOD of WAR, RE4, Counter Strike, RE หลาย ๆ ภาค, The House of The Dead, และเกมเลือดสาดอื่น ๆ อีกมากมาย...
แต่เขาก็ไม่เคยไปฆ่าใคร...
และเขาก็ยังเชื่อ
ว่าเกม
และการ์ตูน
ไม่เคยสร้างแรงบันดาลใจจัญไร ๆ อย่างการไปฆ่าใครต่อใคร...พรรค์นั้น
ให้กับคนเล่นเกมคนไหนทั้งสิ้น
ถ้ามันผู้นั้นไม่มีความจัญไรในตัวของมันเอง...
ไม่งั้นอย่างพวกผู้ก่อการร้ายทั้งหลายก็คงต้องเล่นเกมยิงคน ปล้นคน วางระเบิด
ก่อนลงสนามจริงด้วยสิ......
ความเลวไม่ได้มีแค่ในเกม มันมีอยู่รอบตัว...
ผมเองก็ไม่ใช่คนดีร้อยเปอร์เซ็นต์ (แหงอยู่แล้ว)
และความเลวทั้งหลายแหล่ที่อยู่ในตัวผม
ผมก็ไม่เคยจะโทษเกม หรือการ์ตูน หรืออะไรทั้งนั้น
ผมโทษตัวผมเอง...
สื่อทั้งหลายก็อย่าเสนอข่าวแง่เดียวได้มั้ย...
มาทำให้คนหูเบาทั้งหลายเป็นโรคกลัวลูกหลานจะเลวเพราะเกม...
เพื่ออะไร...
สู้มาช่วยกันหาวิธีเลี้ยงลูกหลานให้ฉลาด ไม่ถูกควบคุมด้วยเกม...
ยังจะดีซะกว่า...
ฟังข่าวทีวีตอนกลางวันที่มีโนบิตะคุงมานั่งวิเคราะห์ข่าว
ที่นั่งพูดว่า...
"นอกจากนี้ ยังมีเกมอันตรายอีกหลายเกม ไม่ใช่แค่เกมนี้เกมเดียวนะครับ"
ตอนนั้น ... ผมไม่ได้ด่าโนบิตะคุง หรือด่าใครนะ
แต่ตอนนั้นผมเผลออุทานว่า "มึงบ้าป้ะน่ะ" ...
...พ่อแม่มีไว้ทำไม...
...การศึกษามีไว้ทำไม...
...ศีลธรรมจรรยาที่ใช้เข่นฆ่าความจัญไรมีไว้ทำไม...
ถ้าไม่มีปัญญามีชีวิตให้อยู่เหนือโลกสมมติ
อย่างเกม
การ์ตูน
หรือละคร
ถ้าเกิดจะทำอะไรโง่ ๆ ขึ้นมา
...ก็อย่าไปโทษมันสิโว้ย!!!...
ผมเห็นด้วยกับคุณคับ
เกมมีข้อเสียอย่างเดียวคือการทำให้เราเหินห่างหนังสือเรียนเท่านั้นแหละ

ใช่... และทางที่ดีในอุดมคติคือ... ต้องสอนให้เด็กอย่างสร้างความโหดร้ายขึ้นมาเพิ่มเติม ให้ความชั่วร้ายเดิมๆ มันตายลงไปเป็น generation อันเก่าแก่ แบบไม่ต้องรื้อฟื้นขึ้นมาอีก
แต่ในทางปฏิบัติ... อุดมคติกินไม่ได้ ที่ทำได้ก็คงจะแค่....
สอนให้เด็กมีสติปัญญาที่ฉลาดพอ มีจิตใจที่เข้มแข็งพอ มีสัมปชัญญะที่มากพอ...
ที่จะควบคุมมัน... ไม่ให้มันมาควบคุมเรา
ทาโกะหกก้อนให้เปล่งประกายไปเลยพี่น้อง
#1 By Apostrophe_six: Romantic บริโภค on 2008-08-05 17:10