ฉบับที่สิบสาม...

posted on 29 Jun 2008 21:11 by kokoronashi  in Diary
 
 
รูปนี้...
 
เป็นรูปถ่ายลูกหมาที่เพิ่งเกิดใกล้ ๆ หอที่ผมพักอยู่...
 
เมืื่อประมาณหนึ่งเดือนที่แล้ว ตอนที่ผมเดินออกมาข้างนอกเพื่อไปซื้ออะไรกิน ก็บังเอิญเห็นว่า
 
มีแม่หมาและลูกหมาอีกหนึ่งครอกมาอยู่แถวนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้...
 
สันนิษฐานว่าคงมาออกลูกแถวนี้แล้วก็อยู่มาได้สักพักใหญ่ ๆ เพียงแต่เพิ่งได้เห็นมันวันนี้เอง...
 
...วันที่ผมได้หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปนี้ไว้ มีลูกหมาอยู่เพียง 5 ตัว จากทั้งหมด 7 ตัว...
 
ผมไม่ได้รอให้มันมากันพร้อมหน้าพร้อมตาให้ครบจำนวนหมาในครอก...
 
แค่เห็นว่าน่ารักดี เลยถ่ายเก็บไว้...
 
หลังจากนั้นก็โทรไปหาแม่ เล่าให้ฟังว่ามีลูกหมาแถว ๆ หอ ...
 
วันที่แม่มาเยี่ยม ก็เลยขโมยลูกหมาไปจากแม่หมา...2 ตัว...
 
ที่จริงอยากเอาไปอีกตัวซะด้วยซ้ำ หากว่าแม่หมาไม่เริ่มแสดงอาการหวงลูกเสียจนพวกเรารู้สึกกลัว...
 
น้าผมก็เดินไปหาแม่หมา และพูดกับแม่หมาว่า...
 
"ไม่ต้องห่วงนะ จะพาไปเลี้ยงดูให้อย่างดี ไม่เป็นไรนะ"
 
ซ้ำแล้วซ้ำอีก...
 
แล้วทุกคนก็กลับบ้านไป
 
หลังจากนั้น...
 
ลูกหมาที่เหลืออีก 5 ตัวก็ถูกแม่หมาพาย้ายไปอยู่ที่ห่างออกไปอีกหน่อย...ไม่รู้ว่าเพราะจะหลบคน
 
...หรืออาจไม่มีอะไรมากไปกว่าอยากเปลี่ยนที่เฉย ๆ ...
 
 
 
แต่อาจเพราะเป็นหน้าฝน สุดท้ายมันก็พาลูก ๆ กลับมาอยู่ที่เดิม
 
คงเพราะลานว่างไม่มีที่ให้มันหลบฝนได้ดีเท่ากับตึกคอนกรีต
 
จากนั้น...
 
จำนวนลูกหมาก็ลดลงเรื่อย ๆ 
 
จาก 5 กลายเป็น 2
 
 

 
 
 
 ทุกครั้งที่ผมกลับมาจากทำงาน...ก็จะถามลุงยามที่หอว่า "ลุง ลูกหมาอยู่ไหนน่ะ?"
 
เพราะกลัวจะมีคนเอามันไป...
 
เพราะอะไรก็ไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ไม่ต่างอะไรกับคนอื่น ๆ ...
 
โชคยังดีที่คำตอบทุก ๆ ครั้งของลุงยามก็คือ "อยู่้ข้างหลังโน่นแน่ะ"
 
อย่างน้อยมันก็ยังมีลูก ๆ เหลืออยู่กับแม่มัน...ผมสบายใจ...เหมือนกับแกล้งลืมว่าตัวเองก็พาลูกมันไปแล้ว 2 ตัว...
 
 
ลูกหมาสองตัวที่เหลืออยู่กับแม่ ก็เล่นกัน บางครั้งก็เห็นไปเล่นตามลานว่าง บางคราวก็อดกังวลไม่ได้...
 
กลัวมันจะโดนรถทับ เพราะถนนเล็ก ๆ ที่คั่นระหว่างหอกับลานว่าง แม้จะมีรถวิ่งไม่มาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีอันตราย...
 
 
 
รูปนี้ถ่ายไว้ได้หนึ่งตัว อีกตัวหนึ่งแอบไปเล่นอยู่ที่อื่น...กลับมาเข้ากล้องไม่ทัน...
 
ผมดูรูปนี้อย่างพินิจกว่าครั้งที่ถ่ายใหม่ ๆ ตอนนั้น...
 
อาจจะคิดไปเอง...แต่หน้าตาแม่หมาในรูปนี้ กับรูปแรกสุด...เหมือนมันมีความสุข...
 
 
 
 
เป็นระยะเวลาประมาณเกือบเดือน...นับจากที่ถ่ายรูปแรกเอาไว้...
 
ลูกหมา 2 ตัว ที่เหลืออยู่ ในที่สุดก็เหลือเพียงตัวเดียว...
 

 
 ผมถ่ายรูปนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
 
กับลูกหมาตัวนี้ ผมยังไม่ได้ตั้งชื่อมัน...
 
ก็แค่เรียกมันวันนั้นว่า "ไอ้อ้วน"
 
เพราะเห็นมันทำตัวแก่แดด เป็นแค่ลูกหมาแต่ดันเก๊กหน้าเศร้า...
 
ที่ไปนอนอยู่ตรงนั้นคงเพราะดินมันเย็น กระเบื้องที่เอาคางพาดอยู่นั่นก็คงเย็นไม่แพ้กัน...
 
ในวันที่อากาศแสนจะร้อน มุมนั้นคงเป็นหนึ่งในมุมแห่งความสุข สำหรับลูกหมาที่เหลืออยู่เป็นตัวสุดท้าย...
 
วันนั้นผมก็ไม่รู้ว่าแม่หมาไปไหน คงเพราะลูก ๆ โตกันหมดแล้ว แม่หมาเลยไม่ค่อยอยู่ดูแลสักเท่าไหร่...
 
แต่ก็แค่ไปธุระ เดี๋ยวก็คงกลับมาล่ะน่า...
 
 
 
 
ผมไปรบกวนความสุขของไอ้อ้วนอยู่ประมาณยี่สิบนาทีด้วยความมันเขี้ยว...
 
สุดท้ายมันก็วิ่งต้วมเตี้ยม ๆ ไปผลุบอยู่ในนั้นเหมือนเดิม...
 
เลยแอบถ่ายรูปเก็บไว้อีกนิดหน่อย...
 
พร้อมกับตั้งใจไว้ว่าจะกลับมาเล่นกับมันอีก แต่ตอนนี้ขอไปธุระก่อนนะอ้วนนะ...
 
ว่าแต่...จะทำหน้าเศร้าไปถึงไหนวะอ้วน...เห็นแล้วหมั่นไส้ชะมัด...
 
ปล. ไอ้อ้วนนี่เค้าเกิดมาก็ไม่มีหางด้วยนะ...
 
น่ารักจัง...
 
 
 
 
 
 
และด้วยความน่ารักจังที่ว่านี่ล่ะมั้ง...หรือเพราะอะไรก็ไม่ทราบได้...
 
ในที่สุด...
 
ไอ้อ้วนที่เป็นตัวสุดท้ายในครอกลูกหมา 7 ตัว...
 
ก็หายไป...
 
 
 
เมื่อผมถามลุงยามหลังจากกลับมาจากธุระ ก็ได้ความว่า คงมีคนเอามันไปเลี้ยงแล้ว...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แต่แม่หมาก็ยังอยู่....
.
.
.
.
.
 
 
 
 
 
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังจากอ้วนถูกพาตัวไป...
 
แม่ผมโทรศัพท์มาหาเหมือนทุกวัน พร้อมกับบอกว่า ลูกหมาสองตัวที่เอาไปเลี้ยง
 
เลี้ยงไว้ที่บ้านยาย...
 
หนึ่งในสองตัว...
.
.
.
.
.
.
เพิ่งโดนรถทับตายเมื่อวานนี้...
.
.
.
.
.
.
.
น้าที่กลับมาจากกรุงเทพ ขับรถเข้ามาในบ้านยายตอนกลางคืน
 
โดยที่ไม่รู้ว่าตอนนี้ที่บ้านมีสมาชิกใหม่ กำลังวิ่งซนไปทั่วบริเวณบ้าน
 
ในวันที่น้ากลับมา น้าอีกคนที่อยู่บ้านยายก็เดินไปดู แต่ก็ลืมไปว่าลูกหมาสองตัวติดแกมาก...
 
เมื่อนึกขึ้นได้และรีบเดินไปดู
 
ก็พบว่าช้าไปเสียแล้ว...
 
 
ลูกหมาหนึ่งในเจ็ดตัว...ที่ถูกพาตัวห่างไกลจากอ้อมอกแม่ของมัน...
 
มาอยู่ในที่ที่มันไม่คุ้นเคย...กับพี่น้องของมันอีกหนึ่งตัวนั้น...
 
ตอนนี้มันนอนสิ้นลมหายใจอยู่ใต้ล้อรถปิ๊ํกอัพ...
 
พร้อมกับทิ้งพี่น้องร่วมสายเลือด ร่วมครอก...ไว้หนึ่งชีวิต...ที่นั่น...
 
 
แม่ของมันจะรู้มั้ย ว่าตอนนี้ ลูกเจ็ดตัวที่มันเฝ้าเลี้ยงดูนับจากวันที่มันออกลูกทั้งหมดออกมานั้น...
 
จะอยู่สุขสบาย หรือเป็นอย่างไร...
 
 
ทุก ๆ วัน แม่หมาก็ยังอยู่ที่หอนี้...
 
ยังคงอดอยาก มีคนเอาอาหารให้เมื่อไหร่ก็มีกินไปได้พักหนึ่ง...
 
ตอนนี้ก็เริ่มเห็นว่ามันมีอาการป่วย...
 
ดูอาการไม่ค่อยดี...
 
.
.
.
.
.
.
.
.
 
ผมเอง...ได้โทรศัพท์คุยกับแม่เกือบทุก ๆ วัน...
 
แม่ผมมีโอกาสได้บอกความรู้สึกเป็นห่วง ให้คำสั่งสอน  ผ่านทางโทรศัพท์
 
แล้วกับแม่หมา ที่ถูกพรากลูก ๆ ไป...
 
จะมีวิธีไหนในการส่งความรู้สึกไปถึงลูก ๆ ของมันบ้าง...
 
.
.
.
.
.
คงไม่มีใครคิดจะเอาลูกหมาไปเลี้ยงแบบทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ 
 
หรือคิดจะเอาไปปล่อยไว้ที่วัด
 
เพราะความน่ารัก ทำให้คนอยากพาไปเลี้ยง...
 
พาไปโดยเลือกตัวที่ตัวเองถูกใจที่สุด...
 
เหมือนไปซื้อของ...
 
อยากได้ชิ้นไหนก็หยิบ...
 
แต่สิ่งของมันไ่ม่มีพ่อไม่มีแม่...
 
พังแล้วก็ซื้อใหม่ได้
 
มันไม่มีชีวิตจิตใจ...
.
.
.
.
.
ไม่มีใครคิดว่าเมื่อพาลูกหมาไปเลี้ยงแล้วจะปล่อยไปตามเวรตามกรรม...
 
แต่แม้จะเลี้ยงอย่างเอ็นดูหรือใส่ใจสักแค่ไหน
 
ก็ไม่สามารถทำได้เท่ากับที่แม่แท้ ๆ ของพวกมันเป็น ไม่เท่ากับที่แม่แท้ ๆ ของพวกมันทำ...
 
เมื่อความตาย หรือความผิดพลาด มันเกิดขึ้น
 
เมื่อเราพาลูกหมาที่โตแล้ว และก่อปัญหาจนเรารำคาญ หรือด้วยเหตุผลร้อยแปดพันประการ ... ไปปล่อยวัด...
 
เรามีหลายคำอ้างเพื่อที่จะบอกว่าเราทำถูก...
 
จะมีสักกี่คนที่จะบอกว่า ... เราผิดเอง ... เราไม่ควรพรากมันมาจากพ่อแม่มันตั้งแต่แรก...
 
.
.
.
.
.
.
.
 
เราอาจบอกว่า...เอามันมาเลี้ยง ... ก็ยังดีกว่าปล่อยให้มันอดอยาก หรือเป็นขี้เรื้อนอยู่กับแม่มัน...
 
 
 
 
แต่เพราะทุกอย่างมันไม่ได้สวยงามตลอดไป...
 
เมื่อเกิดผลลัพธ์ที่ไม่คาดฝัน...
 
แม้เราจะกล้าเอ่ยคำขอโทษกับแม่หมาตัวนั้น...
 
หรือตัวไหน ๆ ...
 
แม้สมมติว่าแม่หมาจะไม่เข้าใจ...
 
ไม่ได้โกรธหรือแค้นอะไร...
 
 
แต่ในใจของเรา...
 
 
รอยแผลทีเ่กิดขึ้น...
 
เรารู้สึกถึงมันไหม...
 
เราทนกับความรู้สึกแบบนี้ได้สักแค่ไหน...
 
 
ลองถามตัวเองดูว่า...
 
มนุษย์อย่างเรา...
 
มีสิทธิ์ไปเปลี่ยนแปลงชีวิตใครตั้งแต่เมื่อไหร่...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ขอโทษนะ...
 
 
 
 
 
 
 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อย่างนี้แหละชีวิตหมา ไม่โดนฝนตายก็โตมาให้โดนรถทับ
ดีแล้วที่มีคนใจดีเอาไปเลี้ยง ถ้ามันยังอยู่ที่เดิม

มันคงต้องโดนรถชนเข้าสักวัน เชื่อเถอะ

แต่แม่หมานี่ก็หน้าตาดีนะsad smile

#1 By देवता on 2008-06-29 22:40

ลุงค้าบลุง

ผมกะลังแอ๊บเศร้า

ลุงมาชมแม่หมางี้ผมสับสนทางอารมณ์นะค้าบลุงค้าบ OAO
น้องหมาน่ารัก... ^^

ฝั่งเคยเลี้ยงหมาตัวนึง ไม่รู้มันมาจากไหน แต่อยู่ๆ มันก็มานอนซุกอยู่ใต้บันไดบ้าน ตั้งแต่ยังเล็กๆ ก็ไม่รู้ว่ามันทิ้งแม่ หรือแม่ทิ้งมัน เลยต้องสงสาร ให้ข้าวมันมื้อนึง เผื่อว่ามันจะได้มีแรงกลับไปตามหาแม่...

แต่ที่ไหนได้ มันไม่ยอมไปไหนอีกเลย... สองสามปีได้ พอมันโตเป็นหนุ่มได้หน่อย วันนึง มันก็นอนพับอยู่หน้าบ้าน ไม่ยอมขยับไปไหน แตะต้องก็ไม่ได้ จะขู่ จะกัด... เลยต้องทิ้งมันไว้ทั้งอย่างนั้น... หลายชั่วโมง มันค่อยๆ ใช้ขาหน้าของตัวเอง ตะเกียกตะกายกลับเข้าบ้าน... มันขาหัก สองขาหลังของมันพิการชนิดที่เรียกร้องอะไรคืนไม่ได้เลย

แต่มันกลับเป็นหมาที่ฝั่งรักมากที่สุด อยู่กันนานมากที่สุดเลย หลังจากนั้น มันก็เป็นหมาที่อยู่ในสภาพพิการ เดินสองขาหน้าลากตัวเองไปมาอยู่อย่างนั้นหลายปีเลยนะ

แต่ใครอย่าดูถูกมันเชียว มันเคยช่วยฝั่งไม่ให้โดนหมาตัวอื่นกัดก็หลายครั้ง เวลามีคนเข้าบ้านเสียงเห่าก็ดังกว่าใครๆ ฝั่งว่า มันตอบแทนคุณข้าวมื้อนั้นของฝั่งได้น่าประทับใจที่สุดเลยล่ะ...

แล้วสักประมาณห้าหกปีที่แล้ว มันก็แก่ตาย ตอนตีห้า ของวันที่หก เดือนหก แต่ฝั่งร้องไห้น้อยมาก เพราะรู้ว่ามันลำบากมากแล้ว ทั้งแก่ ทั้งพิการ แต่ก็ไม่เคยหยุดทำหน้าที่

น้ำตาฝั่งไหลนิดๆ ตอนที่นั่งเฝ้าดูลมหายใจสุดท้ายของมันอยู่ใต้บันได ใกล้ๆ กับตอนที่มันเข้ามาซุกขอไออุ่นในคืนแรกที่มาที่นี่...

แต่ฝั่งยิ้มให้มันนะ... อย่างน้อยมันก็จะได้พักซักที... เหนื่อยมามากแล้ว...

โอ้... เม้นต์ยาวแข่งกับเอนทรี่เลยนะเนี่ย ฮะๆ ๆ
แค่อยากจะอวดว่าเราก็มีหมายอดกตัญญูกับเขาอยู่เหมือนกันนะ... surprised smile

ปล. รีบไปนอนแล้วค่ะ เดี๋ยวจะตื่นมาขันไม่ทัน (เป็นไก่ไปตั้งแต่เมื่อไรเนี่ยเรา???)
555+
ชีวิตมันก็อย่างนี้แหละ
ถ้าเศร้ามันก็ต้องหาเรื่องไม่ให้เศร้าสิsad smile

#4 By देवता on 2008-06-30 09:45

ง่า อ่านแล้วเศร้า แต่เรื่องนี้ไม่มีคนผิดหรอกค่ะ
น้าไม่ผิด คุณยายไม่ผิด คุณแม่ไม่ผิด......

คุณหน้าแป้นนั่นแหล่ะผิด... (แอ๊บเศร้าคนเดียวไม่พอ ยังเอาเรื่องนี้มาลงให้คนอื่นต้องเสียน้ำตา)

จริง ๆ เราก็เคยทำสัตว์เลี้ยงตาย ด้วยความไม่ตั้งใจเหมือนกัน บอกตามตรงว่า... เศร้านะ ใบหน้าหม่นหมองจนหลาย ๆ คนสังเกตได้ ใช้เวลาทำใจอยู่นานเลย.... เพราะงั้นคุณหน้าแป้นผิด ทำให้เราต้องเดจาวูอีกรอบ

ป.ล. หน้า "อ้ายอ้วน" เศร้าได้ใจsad smile

#5 By sora no hime★空のひめ on 2008-06-30 10:04

สู้กันต่อไป.......เรื่องเศร้ามันคงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆหรอก สู้เขาdouble wink

#6 By cherried on 2008-06-30 11:14

สงสารตัวที่โดนรถทับอ่ะครับsad smile
ก็...ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงดี ก่อนอื่นขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ
แต่ว่า มันก็เป็นสิ่งที่เราอยากทำเพื่อมัน อยากจะให้ความรัก ให้บ้านที่อบอุ่นกับมัน เพียงแต่เรื่องไม่คาดฝันย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ
อย่างน้อยๆก็รู้สึกถึงความเมตตากรุณาของเจ้าของบล็อกนะคะ อย่าโทษตัวเองเลยนะคะ

(ป.ล.เจ้าอ้วนน่ารักค่ะ แม่หมาด้วย)

#8 By Asana Fay on 2008-06-30 21:44

เฮ้อ...

ขอบคุณทุก ๆ คนนะครับ

ตอนนี้ก็กลับสู่ภาวะปกติแล้วล่ะ

กลับมาเล่นเกม อู้งานได้เหมือนเดิม...

ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างมีความสุข

เผื่อเจ้าตัวนั้นด้วยนี่นา

เนอะ (^__^)