ฉบับเฉพาะกิจ 6... เป็นล่ามพูดถูกไวยากรณ์ หรือพูดรู้เรื่องก่อนดี?
posted on 21 Jun 2008 09:10 by kokoronashi in Japaneseวันนี้นั่งรถมาทำงานแล้วก็นึกนู่นนึกนี่ ตามประสาคนขยันคิด ขยันทำ (ทุกอย่างที่ไม่มีสาระ)
ก็นึกถึงคำถามที่มีรุ่นน้องถามมาว่า...แล้วพี่พี่ (ชื่อใครน่ะ OxO ) ... แล้วพี่ nonomohe
ทำงานแบบไหน ทำไมทำงานแล้วมีใช้คอมพ์ด้วยเหรอคะ...ประมาณนี้... - -
แต่ไหนแต่ไรมาก็คิดว่าทุกคนจะมีความเข้าใจในลักษณะงานล่ามกันอยู่แล้ว...
ของล่ามคนอื่นเค้าทำงานกันไงไม่รุ แต่ของล่ามคนนี้จะเป็น
7.20 น. ถึงบริษัท
7.35 น. เจี๊ยะข้าวเสร็จ รีบขึ้นออฟฟิศไปเปิดโน้ตบุ๊ค ต่อเน็ต
7.35 น. - 7.54 น. เล่นเน็ต เตรียมไปทำกายบริหารตอนเช้า - ประชุมหน้าแถวรวมของแผนก
8.05 น. กวาดโรงงาน
8.15 น. - 8.35 น. ประชุมย่อยแผนกตอนเช้า
8.35 น. - 12.00 น. [X]
12.00 น. - 12.50 น. เจี๊ยะข้าวเที่ยง เตะบอล เล่นเกม เล่นเน็ต อะไรสักอย่าง หรืออาจทุกอย่าง -*-
13.00 น. - 16.50 น. [Y]
16.50 น. เป็นต้นไป ... เป็นช่วงทำงานล่วงเวลา ถ้าตกรถไม่ได้กลับบ้านก็จะเนียนเตะบอล เล่นเกม เล่นเน็ต ตามประสา (แล้วงานล่ะเว้ย งาน OAO )
หมายเหตุ [X] กับ [Y] เป็นช่วงเวลาทำงานทั่ว ๆ ไป แล้วแต่ว่าจะมีมีตติ้งหรือไม่อย่างไร ถ้ามีก็ไปแปลก็ไป หรือบางทีก็ไปดูงานที่บริษัท Supplier (ก็จะได้ใช้ช่วงเวลาในระหว่างนั่งรถให้เป็นประโยชน์ด้วยการหลับ -*- ) แต่ถ้าไม่มีงานก็นั่งเฝ้าคอม แปลเอกสารหนึ่งบรรทัด แล้วเล่นเน็ตครึ่งชั่วโมงสลับกันไปตามลำดับ - -+
กลับเข้าสู่ประเด็นตามหัวข้อเอ็นทรี่กันซักที -*-
เกี่ยวกับเรื่องการแปลให้ถูกไวยากรณ์ กับการแปลให้รู้เรื่อง
* บางท่านอาจคิดว่า ตัวเองยังเป็นล่ามไม่ได้ เพราะยังไม่รู้ไวยากรณ์ที่ถูกต้องมากพอ เลยยังไม่กล้าเป็นล่าม เพราะกลัวคนญี่ปุ่นจะว่า...
ในความเป็นจริง...แน่นอนว่าการแปลให้ถูกตามหลักไวยากรณ์นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะถ้าแปลได้ตามไวยากรณ์ ความถูกต้องของเนื้อหาย่อมตามมาเอง...แต่!! แถว ๆ นี้มีล่ามดำน้ำมั่ว ๆ อยู่คนนึง...ไวยากรณ์ก็ง่อน ๆ แง่น ๆ แต่ก็ยังมีบริษัทหลงมาจ้างด้วยเงินเดือนที่ไม่มากแต่ก็ไม่น่าจะสมกะความสามารถ (ไหน ใคร ใคร (OAO) )
ปกติเวลาผมแปล...ก็ไม่มีใครมาบอกว่า ใช้คำช่วยผิดนะ ใช้ภาษาแปลก ๆ นะ จะมีก็แต่ตัวเองที่แปลเสร็จแล้วก็เอียงหัวงงตัวเอง พูดไปแล้วเพิ่งนึกได้ว่าคำช่วยผิด คำศัพท์ผิด ฯลฯ
เพราะคนญี่ปุ่นที่เราแปลให้นั้น ... เป็นคนญี่ปุ่นที่ทำงานบริษัท ไม่ใช่อาจารย์ที่สอนในมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนสอนภาษา ที่ต้องเน้นไวยากรณ์ ความรู้ในกระดาษให้ปึ้กเข้าว่า...ส่วนคนญี่ปุ่นที่อยู่ในบริษัท โรงงาน เค้าอยากรู้เนื้อหางานที่เค้าต้องการมากกว่า ... แต่สำหรับบางบริษัท คนญี่ปุ่นที่คอยแก้ไวยากรณ์ให้หลังไมค์ก็มีเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เชิงตำหนิ แต่เป็นการแนะนำมากกว่า ไม่ต้องกลัว
...ผู้ที่เป็นล่าม กับผู้เป็นนักแปล มีสิ่งที่เหมือนกัน คือ เป็นผู้ส่งสาร แต่ในด้านความเข้มงวดของความถูกต้องแม่นยำด้านไวยากรณ์ นักแปลจะมากกว่า ส่วนล่าม ถ้ายิ่งใช้ไวยากรณ์ได้ถูกต้องก็ยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น...แต่ถึงไม่ค่อยถูกไวยากรณ์ ก็เป็นล่ามได้ (เหมือนคนแถว ๆ นี้) ...แต่ก็ต้องหมั่นพัฒนาตัวเองให้พูดได้เข้าที่เข้าทางอยู่ตลอดเวลานะครับ (บอกตัวเองเหอะ -*- )
สิ่งที่ควรกังวลไม่ใช่เรื่องไวยากรณ์ แต่เป็นความถูกต้องของเนื้อหาที่จะแปล เพราะงั้น อย่ามั่ว อย่าแปลไปเรื่อย ไม่เข้าใจให้ถาม อย่าอายที่จะบอกว่า ไม่เข้าใจ ... ไม่งั้นคนไทยกะคนญี่ปุ่นอาจต่อยกันเพราะล่ามแปลผิดก็ได้นา
แต่ไม่ได้บอกว่าไวยากรณ์ไม่สำคัญ...สำคัญอยู่หรอก...แต่ขืนรอให้พูดได้เหมือนลอกมาจากตำรา คงต้องรอกันอีกนาน...งานการไม่ได้เริ่มกันพอดี... -*-
ตัวอย่างง่าย ๆ ...
สมมติว่าคุณอยู่ญี่ปุ่น แล้วทำกระเป๋าตังค์หาย พาสปอร์ตหาย อยู่ในภูเขา ไ่ม่มีตำรวจ แล้วเกิดหิวข้าวใกล้ตายเต็มที แถวนั้นมีแค่บ้านชาวนาให้อาศัยขอข้าวกิน ... แล้วคุณจำได้แค่คำว่า ข้าว
คุณก็ไปบอกเค้าว่า "ข้าว" ... คุณก็คงได้กินข้าว หรืออะไรที่มันกินประทังชีวิตได้ในทันที... (ถ้าชาวนาไม่ซื่อบื้อ และไม่โหดร้ายเกินไปนัก -*-)
หรือคุณจะคลานกระดื๊บ ๆ ไปร้านหนังสือ เปิดไวยากรณ์ แล้วบอกใครแถวนั้นว่า "ขอข้าวกินหน่อยครับ" ... เรอะ -*-
เพราะงั้น...ภาษา และทักษะของเรา แม้ไม่เลิศเลอ แต่ก็พอกล้อมแกล้มไปได้...ใิห้คิดงี้จะดีกว่านะครับ...
ยังไงก็พยายามให้เต็มที่ ลงสนามจริงไปก่อนแล้วค่อยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเอาทีหลัง...
เบื้องต้นพยายามใช้ความรู้ที่มีทั้งหมดเพื่อให้คนไทยกับคนญี่ปุี่นสื่อสารกันได้รู้เรื่อง วิธีการพูดอาจไม่เทพ ทุเรศทุรัง แต่ก็พยายามให้เต็มที่
แล้วก็ค่อย ๆ มาเกลาไวยากรณ์ไปเรื่อย ๆ ว่าวันนี้เราพูดผิด แปลผิดตรงไหนบ้าง คำที่เรามักสับสน ต้องระวัง มีอะไรบ้าง...
รึใครจะไม่อยากเกา แคะ แกะ ควัก ไวยากรณ์ให้เมื่อย ไม่อยากเป็นเทพ ... ก็มาเข้าลัทธิล่ามดำน้ำด้วยกันกับคนแถว ๆ นี้ได้นะครับ รับสมัครสมาชิกตลอด 24 ชั่วโมง ค่าธรรมเนียมฟรีตลอดชีพครับ ^ ^
ปล.วันนี้ตอนนั่งรถน่ะแหละ ลองทำข้อสอบพาร์ทแรกของระดับหนึ่ง ได้ 55/100 ส่วนระดับสองได้ 81/100 ... อนาคตริบหรี่ ๆ ... เหลืออีก 168 วัน ... ดูซิว่าก่อนวันสอบจะเข็นได้สักแค่ไหน TAT



)
ขอบคุณนะคะ ว่าแต่คนญี่ปุ่นพูดเร๊วเร็ว
พี่คอยดูนะ เดี๋ยวในอนาคต ฝั่งจะเขียนหนังสือ "ภาษาญี่ปุ่น เพื่อการเอาตัวรอด" จริงๆ้ ด้วย ถึงตอนนั้นจะให้พี่ช่วยเขียนคำนิยม เอิ๊ก ๆ
ตอนที่ฝั่งโดนฉุดไปเป็นล่ามครั้งแรกในชีวิตก็ไม่ได้อะไรเล้ย... มั่วจนงานลุล่วงไปได้ด้วยดี ฮ่าๆๆ
เห็นด้วยๆ การสื่อสารจุดประสงค์หลัก ๆ จริงๆ ก็คือ เพื่อให้เข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่าย โดยมีไวยากรณ์เป็นอุปกรณ์เสริมเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดียิ่งขึ้น... คือถ้ามี ก็ดีไป เหมือนมือถือมีบลูทูธ แต่ถ้าไม่มีก็โทรออกกับรับสายได้เหมือนกันเน้อ....
โดนใจ ให้ทาโกะหลายๆ ก้อนเลย
#1 By Apostrophe_six: Romantic บริโภค on 2008-06-21 11:03