กะลังตื้อ ๆ หมดมุกจะมาสาระ...ก็เลยเขียนกลอนส่งเดชไปซะเอ็นทรี่นึง...(ปรากฏว่าไม่มีคนเข้ามาอ่านเลย TAT ) พอวันนี้แวะอ่านเว็บบอร์ดล่าม ก็มีคนถามมาในนั้นอีกเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้...ประมาณว่าจะสัมภาษณ์งานยังไงดีคะ เพิ่งจบค่ะ....

 

อย่ากระนั้น กระโน้น กระนี้ กระไหนเลย...เอามาเป็นมุกอัพบล็อกซะโดยไว...

 

 

(หมายเหตุ...ไอ้ที่จะเขียนต่อไปนี้ เป็นวิธีในอุดมคติ...ที่คนเขียนเองก็ยังทำไม่ได้ (อ้าว -*- ) แต่ถ้าทำได้ก็ดี...)

 

วิธีการสัมภาษณ์งานให้งาม ๆ สำหรับล่ามจบใหม่...

 

กลยุทธ์ที่หนึ่ง - ท่องๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ประโยคที่คิดจะพูดมาเป็นชุด ๆ

ข้อดี.....ถ้าจำได้หมดเป๊ะ ก็จะทำให้เราดูดี มีสกุล ญี่ปุ่นตะลึง อึ้งไปเรย...

ข้อควรระวัง...ถ้าจำได้มั่งไม่ได้มั่ง ก็จะเน่า เหมือนทำปืนลั่นใส่ตัวเอง...ตายคาที่...แถมเกิดกะลังร่ายเพลิน ๆ ตามที่ท่องมา พอโดนพูดแทรก ก็ไปต่อไม่ได้ซะอีก...แถมนำไปประยุกต์พลิกแพลงได้ยากยิ่ง...และถ้าท่องอย่างเดียว ไม่มีการเตรียมตัวสด ก็จะกลายเป็นซูเปอร์ไซย่าร่างสี่ คือเทพได้แค่แป๊บเดียวก็ต้องกลับร่างเดิม...

เพราะฉะนั้น...ท่องเฉพาะบางเรื่องที่ควรท่อง ไม่ใช่ท่องไปทั้งหมด ยังไงคนสัมภาษณ์เค้าก็ไม่ถามตามที่เราคิดไว้ทั้งหมดชัวร์ ๆ ดังนั้น...ท่องแค่เรื่องที่คิดว่าจะได้พูดแน่ ๆ น่าจะดีกว่า...เช่น การแนะนำตัวเองคร่าว ๆ เป็นภาษาญี่ปุ่น แอนด์ ภาษาอังกฤษ...แต่ไม่ต้องไปแนะนำเพื่อนร่วมห้อง คนข้างบ้าน...อันนี้เสียเวลา...แล้วก็ควรท่องไปเรยว่าเราอยากทำอะไร ความหวังในชีวิต สิ่งที่คาดหวังในการทำงาน เพราะเรื่องพวกนี้ต่อให้เค้าไม่ถามแต่ถ้าเรามีจังหวะก็ยิงแ...งเลย (Shout them up) ตามสะดวก อยู่ที่การหาจังหวะในการพูดเท่านั้นเอง...ส่วนการป้องกันการกลับร่างเดิมกระทันหัน ก็ต้องมีการเนียนด้วยการสด และเพิ่มเติมด้วยกลยุทธ์ต่อปาย...

 

กลยุทธ์ที่สอง - ท่องๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คำศัพท์ที่คิดว่าจะได้พูดในตอนสัมภาษณ์เอาไว้

ข้อดีีี...ทำให้ดูเหมือนจะเก่ง จะเทพ...ถึงจะแค่ตอนสัมภาษณ์ก็ยังดี...ยังไงถ้าเราแอ๊บเทพตอนนั้นได้ บริษัทก็ต้องติดกับ ตกลงรับเราเข้าไปแล้วล่ะน่า - -+

ข้อควรระวัง...ถ้าคิดว่าจะพูดไปซะทุกเรื่อง สากกะเบือยันเรือเกลือ ก็คงจะท่องไม่ทัน หรือบางทีอาจวืด ท่องศัพท์แนวนึง แต่ตอนสัมภาษณ์ไปคุยกันอีกแนวนึง อาจเกิดอาการแทงหวยไม่ถูก หรือเก็งข้อสอบผิดได้

เพราะฉะนั้น...เตรียมคำศัพท์ที่เราจะพูดโดยดูสองด้าน คือ

- เกี่ยวกับตัวเรา เราจะพูดอะไรนอกเหนือจากเรื่องที่ท่อง ๆ ไว้ในกลยุทธ์ที่หนึ่ง...คำศัพท์ที่ปกติไม่เคยพูด แต่น่าจะได้พูดในตอนสัมภาษณ์ เช่น เราอยากบอกว่าเราเป็นคนร่าเริง มีมนุษยสัมพันธ์ดี ปรับตัวเข้ากับคนรอบข้างได้ง่าย ฯลฯ...ก็อาจจะหาคำศัพท์ที่ร้อยปีพันวันไม่เคยพูดเช่น ร่าเริง มนุษยสัมพันธ์ดี ปรับตัว ...เตรียมเอาไว้ ... เผื่อคนสัมภาษณ์ถามถึงข้อดีข้อเสียของเราให้เราอธิบาย จะได้ไม่ใบ้กิน ข้อเสียไม่มี ข้อดีไม่ปรากฏ หมดโอกาสพรีเซนต์ตัวเองไปอีก...

- เกี่ยวกับการจ้างงาน และบริษัท...ศัพท์นิด ๆ หน่อย ๆ เช่น คำว่าเบี้ยขยัน, สวัสดิการ, ปรับเงินเดือน, ทดลองงาน เอาไว้ใช้เวลาเจรจาเรื่องเงินเดือน, แล้วก็ศัพท์เฉพาะสำหรับบริษัทที่เราไปสัมภาษณ์ ว่าบริษัทนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร เตรียมคำศัพท์ที่คิดว่าน่าจะได้พูดตอนสัมภาษณ์มาท่องไว้ซะ...อย่างถ้าเป็นบริษัททำปุ๋ยคอก ก็ไปท่องไว้ซะว่าำคำว่าปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เกษตรกรรม เกษตรกร สารเคมี พืช ผัก ผลไม้ แอปเปิ้ล มะละกอ กล้วย สเ้ม ฯลฯ...เค้าจะได้ประทับใจว่าเราเทพ เรามีความรู้เกี่ยวกับงานของบริษัท มีความสนใจในธุรกิจของบริษัท...ฯลฯ ขี้หมูขี้หมาก็ดูดีกว่าพูดไม่ได้ซักคำล่ะน่า...

 

กลยุทธ์ที่สาม - ไม่ต้องใช้คำสุภาพให้มากนัก ถ้าไม่แน่นพอ

กลยุทธ์นี้ไม่มีข้อดี ข้อควรระวัง แต่ที่ต้องแยกมาเพราะกลัวว่าเด็กจบใหม่หลาย ๆ คนจะหลอนว่าถ้าพูดในบริษัทจะต้องมาพูด เดะโกะไซมัส เดะอาริมัส เตะอิตะดะคิมัส ฯลฯมัส ก็ไม่ต้องซีเรียสขนาดนั้น รูปสุภาพถ้าเป๊ะพอก็พูดไป จะทำให้เราดูดี แต่บางทีก็อาจจะทำให้ดูแข็งเกินไป ห่างเหินจนคนสัมภาษณ์อาจไม่กล้าเป็นกันเองกับเราไปซะ หรือถ้าเราไม่แน่นพอ รูปสุภาพที่เราพูดไปอาจกลายเป็นรูปหยาบคายที่มาทำร้ายตัวเองเอาได้นะครับพี่น้อง...เพราะงั้น ถ้าไม่ใช่เทพตัวจริง หรือไม่จำเป็นจริง ๆ ก็พูดแค่มัส เดส ธรรมดาก็พอ...คนเขียนบล็อกแถว ๆ นี้ก็สัมภาษณ์งานด้วยภาษารูปธรรมดาด้วยซ้ำ (ไร้การศึกษาน่ะนะ -*- ตอนหลัง ๆ ช่วงใกล้ออกจากงานนี่เริ่มพูดภาษาไทยกับคนญี่ปุ่นแล้วด้วย -*- ) สัมภาษณ์ออกก็รูปธรรมดา สัมภาษณ์งานที่ใหม่ก็เป็นรูปธรรมดาปน มัส ๆ เดส ๆ ...เวลาแปลมีตติ้งก็เป็นรูปมัส เดส แต่รูปสุภาพไม่เคยใช้ เพราะกลัวใช้แล้วผิด ชีวิตจะเปลี่ยนเอาได้ง่าย ๆ ...

 

กลยุทธ์ที่สี่ - ทำตัีวตามสบาย สัมภาษณ์งาน ไม่ใช่สอบปากคำ...

ข้อดี...ทำให้เป็นตัวของตัวเอง คนสัมภาษณ์จะรู้สึกได้ถึงความเยือกเย็นที่ส่งผ่านจากตัวเราไปสู่ผู้สัมภาษณ์ (๋ขนาดนั้น -*- ) สัมภาษณ์งานโดยเป็นตัวของตัวเองน่ะดีที่สุดแล้ว เป็นกันเอง สบาย ๆ ไม่เครียด หัวโปร่ง แล่นปรื๊ด การพูดคุยก็จะไหลลื่นได้โดยธรรมชาติ

ข้อควรระวัง...อย่าเป็นตัวของตัวเองมากเกินไปนัก ทุกอย่างให้อยู่ภายใต้คำว่า กาละเทศะ (เขียนถูกป่าวหว่า -*- ) คงไม่ต้องอธิบายละเอียดนัก...เพราะคนเขียนเองก็ไม่ค่อยเข้าใจคำว่า กาละเทศะนี่เหมือนกัน (อ้าว -*- )

เพราะฉะนั้น...แต่งตัวให้ดูดี วางท่าทีให้ดูได้ พยายามผ่อนคลาย หายใจเข้าลื้....ก ลึก...(อย่าลืมหายใจออกด้วยนา...) ... ต้องคิดไว้ว่าเราเตรียมตัวมาดีที่สุดแล้ว ได้ไม่ได้ช่างแม่ม...เอ้ย ช่างมัน...ไม่ได้มาสอบทุน อย่าไปเครียดมากนัก ไม่ได้บริษัทนี้ เดี๋ยวก็มีบริษัทอื่น มันต้องได้ซักที่ล่ะน่า...ไม่ต้องหวังที่เดียวให้มันมากไป แต่ก็ไม่ใช่ไม่หวังเลยไม่ตั้งใจ...ทำให้เต็มที่ทุกที่ แต่เต็มที่แบบขำ ๆ ...ดีที่สุด (ยังไงกันโว้ย -*- )

 

กลยุทธ์ที่ห้า - อยากได้เงินเ้ดือนเท่าไหร่ เรียกเผื่อไป เพราะไงก็โดนต่อ...

ข้อดี...จะทำให้ราคาสุดท้ายกลายเป็นราคาที่เราต้องการอย่างแท้จริง

ข้อควรระวัง...เรียกเผื่อมากไประวังอดได้งาน หรือถ้าเรียกเผื่อน้อยไปอย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ...

เพราะฉะนั้น...ต้องดูตาม้าตาเรือก่อนว่า ตอนนี้เค้าให้กันเท่าไหร่แล้ว...สำหรับเงินเดือนของล่ามภาษาญี่ปุ่นในปัจจุบันกาล...ตามข้อมูลอ้างอิงจากสถาบัน monboy01 & kokoronashi candle sitting institute สำรวจเมื่อกี๊ พบว่ามีการจัดอัตราเงินเดือนสำหรับล่ามภาษาญี่ปุ่น (โดยประมาณ) ไว้ตามนี้...


อนึ่ง...ราคาปัจจุบันอาจผันผวนตามค่าเงินบาท, ราคาน้ำมัน, สถานการณ์การเมืองไปบ้าง แต่ก็แถบ ๆ นี้ ซึ่งถ้าจะมีบริษัทไหนให้ราคาสูงหรือต่ำกว่านี้ก็อาจจะมีบ้างแต่ไม่มากนัก ขึ้นอยู่กับบุญกรรมแต่ชาติปางก่อนของล่ามผู้ถวิลหางานทั้งหลาย...

ตัวอย่าง...อยากได้เงินเดือนแสนแปด ให้ตั้งไว้ที่สองแสน แล้วเดี๋ยวเค้าก็ต่อลงมา อาจจะเหลือแสนเจ็ด หรือแสนหก...เราก็ถามว่าแล้วจะมีโอทีหรือค่าอื่น ๆ มั้ย อย่าให้ราคาสุดท้ายหนีเงินเดือนที่เราต้องการมากนัก ก็จะโอเค...(อันนี้แนะนำเค้าได้ แต่พอถึงตาตัวเองก็ได้น้อยกว่าที่อยากได้ทุกที เพราะไม่เคยตั้งราคาเผื่อต่อเลย TAT )

หมายเหตุ!!!!!!!! อย่าไปซีเรียสกับอัตราเงินเดือนมากนัก ถ้าอยู่ในช่วงของราคาตามตารางข้างบนก็ถือว่าโอเค เพราะสิ่งที่เราจะได้นอกจากเงินเดือนยังมีอีกหลายอย่าง การได้เงินเดือนเยอะไม่ได้หมายความว่าเราประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วนะจ๊ะ โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ ทำให้ได้ประสบการณ์ไว้ก่อน มีเงินกินไปวัน ๆ + เหลือเก็บก็โอเคแล้วนา...ขอแค่ให้ได้รับเงินในอัตราที่ี่เราไม่รู้สึกว่าโดนเอาเปรียบก็พอนะ ^^ (ความเห็นส่วนบุคคลครับทั่น)

 

 

 

พอละ...สาระมากไปปวดหัวเปล่า ๆ แถมกินเวลาทำงานประจำมาเกือบสองชั่วโมงแล้วด้วย (เฮ้ย O__O ) ก็หวังว่าคงจะมีประโยชน์กว่ากลอนไร้สาระในเอ็นทรี่ที่แล้วบ้างไม่มากก็มากกว่า หรืออาจจะเท่ากับ (อะไรวะ -*- )

 

ก็ขอให้ได้งานดี ๆ กันทุกคนนะครับ...ดีไม่ดีอาจจะได้มาทำงานที่เดียวกันกะผมก็ได้นา ระวังไว้...หุ หุ หุ หุ...- -+

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เป็นล่ามเงินเดือนเยอะมากเลยอะครับ อิจฉานะเนี่ย sad smile

#1 By Pack on 2008-03-20 10:34

อ่า อัตราเงินเดือนของนักศึกษาจบใหม่ที่ได้ระดับ 2 แล้ว
น้อยขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย

แล้วพอจะทราบอัตราของคนที่ได้ระดับ 1 แล้วบ้างไหมคะ

#2 By priawjai on 2008-03-20 10:36

Jay : มาแอบอ่าน
ก่อนสัมภาษณ์ ให้ท่องไปว่า いただきます ก๊ากก confused smile

#3 By Jay on 2008-03-20 10:38

ว่าแต่จาเป็นล่ามได้นี่มันต้องเรียนอะไรอะ

#4 By Tono~o on 2008-03-20 10:40

ตอบก่อนๆๆๆๆ

คุณ Pack...อย่าอิจฉาเลยครับ...ถ้าไม่เทพจริง ๆ ก็จะตันนะครับ

คุณ priawjai...เป็นอัตราเงินเดือนแบบเจียมเนื้อเจียมตัวที่ผมนั่งเทียน (อ้าว -*- ) เีขียนเองน่ะครับ ส่วนระดับหนึ่งนี่เป็นเรื่องของชนชั้นสูง ยังสัมผัสไม่ถึงน่ะครับ ^^

คุณ Jay...ไม่ใช่อย่างง้าน...OAO
อืม... ไม่ค่อยได้แวะเข้ามาซะนานเลย กลับมาอ่านอีกทีก็รู้สึกถึงความห่างไกล...

ถ้ามิอาจเอื้อมถึงขั้นเทพได้ ที่ร่ำเรียน(หัวบาน)อยู่ทุกวันนี้จะเอาอะไรไปยาไส้ในอนาคตดีหนอ??

เกรงว่าตบะจะยังไม่แก่กล้า ธาตุไฟจะแตกเอาได้ง่ายๆ (ชักออกแนวกำลังภายใน -*-)

25 k-35k คืออะไรค่ะ ไม่เข้าจัยอ่ะ


เเร้ว ท่านล่ามเคยผ่านการพูดสปีชมารึเป่าค่ะ??~เเนะนำหน่อยนึง!!!


หุหุ อะริงกาโตะ~

#7 By ママ (124.122.209.201) on 2008-03-21 19:43

ตอบอีกรอบ...

คุณ Tono~o ... เป็นล่ามได้ก็ต้องเรียนภาษาที่เราสนใจให้ได้ในระดับที่นำไปใช้ได้ อาจเรียนที่มหาวิทยาลัยหรือที่สถาบันภาษาข้างนอกก็ได้ครับ ^^

คุณ Apostrophe_s ... ยังไงถ้าได้ใช้บ่อย ๆ เดี๋ยวก็เก่งเองแหละครับ จะช้าจะเร็วเท่านั้นเอง ^^

คุณ ママ ... 25k - 35k ก็หมายถึง 25000 - 35000 บาทน่ะครับ
k ก็แทน 1000 น่ะฮะ ^^
Hot!
นี่สิ ฐานเงินเดือนล่ามต้องยังงี้
บางบริษัทน่ะ ให้ฐานแบบไม่ดูตาม้าตาเรือ
จบอะไรมาก็สตาร์ทเท่ากันหมด เฮ้อ....

โดยส่วนตัวไม่เคยเป็นล่ามจริงๆจังสักที
มีแค่แปลๆ หรือ เป็นล่ามในออฟฟิสแบบเล็กๆน้อยๆ
งูๆปลาๆไปเรื่อยๆมากกว่า

ตัดสินใจแล้วว่าหลังสงกรานต์เป็นต้นไปจะเริ่มแล้ว
ตั้งใจอ่านหนังสือ สอบระดับ 2 ให้ได้
สู้ตายๆ เอาใจช่วยด้วยนะคะ ขอคำปรึกษาด้วยค่ะ

sad smile

#9 By your_natty on 2008-03-22 13:23

แวะมาอีกที โดเรม่อนหายไป...(หลายตัว)

สงสัยช่วงนี้งานยุ่ง ตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งเป็นท่านทูต

อิอิ
question
เอิ้วว พี่เอ้!!

#11 By kodama (124.121.87.86) on 2008-03-23 21:06

>monboy01 & kokoronashi candle sitting institute
หย๋า สถาบันอะไรเนี่ย ไม่เห็นเคยได้ยินเลย หลอกลวงอ๊ะเปล่าคะ 555confused smile

มีประโยชน์มาก ๆ เลย ขอบคุณมาก ๆ นะคะ
Hot!Hot!Hot!Hot!Hot!Hot!

ป.ล. ถึงจะแปลกระจุย แต่เข้าห้องสอบแล้วความรู้ที่อ่าน ๆ ไป กระจายและกระเจิงค่ะ

#12 By sora no hime★空のひめ on 2008-03-24 11:02

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆนะครับ....

ผมก็อยากเป็นล่ามนะ นักแปลก็ได้ แต่รู้สึกจะไม่เทพพอแหะๆ - -

แถมไม่เก่ง ซนเคย์ กะ เกนโจว เหมือนกันครับ
(แถมชอบใช้รูปธรรมดาจนบางทีก็ดู ไม่สุภาพ ท่าว่าผมคงจะต้องไปฝึกพูดรูปเคย์โกะ บ่อยๆให้ติดซะแล้ว - -)

แต่ความรู้ระดับ 3 ที่ผมจบมา ดูจะห่างไกลกับอนาคตที่สดใสมากมาย - - (ทำม๊ายยย ไม่เทพซักทีTwT")

ตอนนี้ก็ได้แต่ฝึกฝน(??)ด้วยวิธีผิดๆอย่างแปลโดจินไปก่อนล่ะครับ เหอะๆๆ - -

ยังไงก็จะพยายามทำแบบที่พี่พูดให้ได้นะครับ
(เพื่ออนาคตที่สดใส....ไวท์ฮอลล์ รอเราอยู๊วว)

ปล. ขอแอดแฟบนะครับ
ปล2. ผมยังเรียบเรียงคำพูดหลายๆคำของพี่ให้เป็นภาษาญี่ปุ่นไม่ได้เลยครับ เหอะๆๆ อย่าง รู้จักปรับตัว หรือ การต่อรอง.....โอ้ววว - - สุดแสนจะมีเขาแล้วเราชีวิตนี้ เหอะๆๆHot!
ได้ประโยชน์และความรู้(ในการเอาตัวรอด)มากเลยค่ะ แม้เราจะไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับด้านภาษา แต่ก็รู้สึกมีประโยชน์ดีนะ ยกดาวให้เลยHot!

ปล.ขออนุญาตแอดบลอคนะคะ ชอบโดราเอมอนรูป Avatarของคุณจัง

#14 By Lavenya on 2008-03-24 20:57

มีประโยชน์หลายๆ ขอแอดไว้ด้วยคน

ทั้งเรียนทั้งอ่านหนังสือ ทั้งทำงานประจำ
เห็นเงินเดือนแล้ว...ทำงานเดิมเวิร์คกว่านะเนี่ย

#15 By uregus on 2008-03-24 21:35

ขำคอมเมนท์ : อิทะดะคิม๊าสสสส~ 555

น่าสนุกดีนะครับ เงินก็อลังการอีกตะหาก

#16 By on 2008-03-24 21:56

ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ครับ ไว้จะไปเรียนภาษาญี่ปุ่นมั่ง เพราะจนถึงตอนนี้เพื่อนญี่ปุ่นมันสอนแค่คำหยาบsad smile

#17 By คนธรรมดา on 2008-03-25 23:57

เข้ามาอีกรอบของอีกรอบ...

คุณ your_natty ...พยายามเข้านะครับ ลองทำข้อสอบย้อนหลังดูก็ได้ครับ ลิงค์ข้างบล็อกผมนั่นไง มีให้โหลดเยอะเลย ^^

คุณ Apostrophe_s ...อารมณ์อยากเปลี่ยนสีบล็อกเป็นเจ้าชายกบน่ะครับ...เขียวขจีดีเหลือเกิน ^^

คุณ sora no hime★空のひめ ...ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับว่าเป็นสถาบันนั่งเทียน เขียนเอาเอ๊ง ^^

คุณ ~ เคย์_โซลดิ๊กค์_『 刑 』~...แปลโดจินไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวก็ได้ระดับสอง...เผลอแว้บ ๆ ก็ระดับหนึ่งเองแหละครับ ^^

คุณ Lavenya...ขอบคุณสำหรับคำชมครับ...บล็อกนี้ก็มีสาระเดือนละครึ่งครั้ง(!?) แหละครับ ว่าง ๆ แวะเข้ามาเยี่ยมกันอีกนะครับ...ส่วนรูปโดราเอม่องนี่ ไปขโมยเค้ามาน่ะ ของใครก็ไม่รู้ (__ __")a

คุณ uregus ...ขอบคุณสำหรับคำชมเช่นกัน...แล้วจะแอบย่องไปหาที่บล็อกนะครับ ^^

คุณ PsychoMedicine งานสนุกนะครับ...แต่เงินจะดีแค่ช่วงต้น...เด๋วช่วงท้ายถ้าไม่เทพก็จะตันครับ ^^"

คุณ OrdinaryMan คนธรรมดา...ว่าง ๆ มาสอนผมบ้างสิครับ คำหยาบ ๆ ภาษาญี่ปุ่นนี่ยังไม่ค่อยรู้เลยอะ ^^

Hot!

ก่อนอื่นหนูดราก้อนบอลหนึ่งลูก
(หนูไม่เคยให้ใครเลยนา ให้พี่เป็นคนแรกเลย)

+++++++++
ต้องขอบคุณพี่มากๆเลยค่ะ
หนูได้ประโยชน์มากเลย เพราะช่วงนี้ก็กำลังหางาน+ทัวร์สัมภาษณ์งานอยู่เหมือนกัน
เป็นบุคคลระดับสามค่ะ สอบระดับสองมาสองปีแล้วไม่ผ่าน
แต่นั่นหนูก็รู้ตัวเองดีค่ะ ว่านั่นหนูไม่ดีเอง เพราะไม่อ่านหนังสือเลย(แหะ)
เพิ่งจะมาสำนึกได้ก็ตอนที่เพิ่งจบนี่แหล่ะค่ะ(หัวเราะ)
แต่ปลายปีนี้หนูจะสู้เต็มที่แล้ว(มุ่งมั่น)

แล้วก็ตารางเงินเดือนก็เป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ
เพราะก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าควรจะเรียกไปเท่าไหร่ดี

***ขอบคุณมากๆเลยนะคะ**


#19 By 星子★hoshiko™ on 2008-04-08 02:25