สัมภาษณ์งานให้งาม สำหรับล่ามที่จบใหม่...
posted on 20 Mar 2008 09:17 by kokoronashi in Japaneseกะลังตื้อ ๆ หมดมุกจะมาสาระ...ก็เลยเขียนกลอนส่งเดชไปซะเอ็นทรี่นึง...(ปรากฏว่าไม่มีคนเข้ามาอ่านเลย TAT ) พอวันนี้แวะอ่านเว็บบอร์ดล่าม ก็มีคนถามมาในนั้นอีกเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้...ประมาณว่าจะสัมภาษณ์งานยังไงดีคะ เพิ่งจบค่ะ....
อย่ากระนั้น กระโน้น กระนี้ กระไหนเลย...เอามาเป็นมุกอัพบล็อกซะโดยไว...
(หมายเหตุ...ไอ้ที่จะเขียนต่อไปนี้ เป็นวิธีในอุดมคติ...ที่คนเขียนเองก็ยังทำไม่ได้ (อ้าว -*- ) แต่ถ้าทำได้ก็ดี...)
วิธีการสัมภาษณ์งานให้งาม ๆ สำหรับล่ามจบใหม่...
กลยุทธ์ที่หนึ่ง - ท่องๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ประโยคที่คิดจะพูดมาเป็นชุด ๆ
ข้อดี.....ถ้าจำได้หมดเป๊ะ ก็จะทำให้เราดูดี มีสกุล ญี่ปุ่นตะลึง อึ้งไปเรย...
ข้อควรระวัง...ถ้าจำได้มั่งไม่ได้มั่ง ก็จะเน่า เหมือนทำปืนลั่นใส่ตัวเอง...ตายคาที่...แถมเกิดกะลังร่ายเพลิน ๆ ตามที่ท่องมา พอโดนพูดแทรก ก็ไปต่อไม่ได้ซะอีก...แถมนำไปประยุกต์พลิกแพลงได้ยากยิ่ง...และถ้าท่องอย่างเดียว ไม่มีการเตรียมตัวสด ก็จะกลายเป็นซูเปอร์ไซย่าร่างสี่ คือเทพได้แค่แป๊บเดียวก็ต้องกลับร่างเดิม...
เพราะฉะนั้น...ท่องเฉพาะบางเรื่องที่ควรท่อง ไม่ใช่ท่องไปทั้งหมด ยังไงคนสัมภาษณ์เค้าก็ไม่ถามตามที่เราคิดไว้ทั้งหมดชัวร์ ๆ ดังนั้น...ท่องแค่เรื่องที่คิดว่าจะได้พูดแน่ ๆ น่าจะดีกว่า...เช่น การแนะนำตัวเองคร่าว ๆ เป็นภาษาญี่ปุ่น แอนด์ ภาษาอังกฤษ...แต่ไม่ต้องไปแนะนำเพื่อนร่วมห้อง คนข้างบ้าน...อันนี้เสียเวลา...แล้วก็ควรท่องไปเรยว่าเราอยากทำอะไร ความหวังในชีวิต สิ่งที่คาดหวังในการทำงาน เพราะเรื่องพวกนี้ต่อให้เค้าไม่ถามแต่ถ้าเรามีจังหวะก็ยิงแ...งเลย (Shout them up) ตามสะดวก อยู่ที่การหาจังหวะในการพูดเท่านั้นเอง...ส่วนการป้องกันการกลับร่างเดิมกระทันหัน ก็ต้องมีการเนียนด้วยการสด และเพิ่มเติมด้วยกลยุทธ์ต่อปาย...
กลยุทธ์ที่สอง - ท่องๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คำศัพท์ที่คิดว่าจะได้พูดในตอนสัมภาษณ์เอาไว้
ข้อดีีี...ทำให้ดูเหมือนจะเก่ง จะเทพ...ถึงจะแค่ตอนสัมภาษณ์ก็ยังดี...ยังไงถ้าเราแอ๊บเทพตอนนั้นได้ บริษัทก็ต้องติดกับ ตกลงรับเราเข้าไปแล้วล่ะน่า - -+
ข้อควรระวัง...ถ้าคิดว่าจะพูดไปซะทุกเรื่อง สากกะเบือยันเรือเกลือ ก็คงจะท่องไม่ทัน หรือบางทีอาจวืด ท่องศัพท์แนวนึง แต่ตอนสัมภาษณ์ไปคุยกันอีกแนวนึง อาจเกิดอาการแทงหวยไม่ถูก หรือเก็งข้อสอบผิดได้
เพราะฉะนั้น...เตรียมคำศัพท์ที่เราจะพูดโดยดูสองด้าน คือ
- เกี่ยวกับตัวเรา เราจะพูดอะไรนอกเหนือจากเรื่องที่ท่อง ๆ ไว้ในกลยุทธ์ที่หนึ่ง...คำศัพท์ที่ปกติไม่เคยพูด แต่น่าจะได้พูดในตอนสัมภาษณ์ เช่น เราอยากบอกว่าเราเป็นคนร่าเริง มีมนุษยสัมพันธ์ดี ปรับตัวเข้ากับคนรอบข้างได้ง่าย ฯลฯ...ก็อาจจะหาคำศัพท์ที่ร้อยปีพันวันไม่เคยพูดเช่น ร่าเริง มนุษยสัมพันธ์ดี ปรับตัว ...เตรียมเอาไว้ ... เผื่อคนสัมภาษณ์ถามถึงข้อดีข้อเสียของเราให้เราอธิบาย จะได้ไม่ใบ้กิน ข้อเสียไม่มี ข้อดีไม่ปรากฏ หมดโอกาสพรีเซนต์ตัวเองไปอีก...
- เกี่ยวกับการจ้างงาน และบริษัท...ศัพท์นิด ๆ หน่อย ๆ เช่น คำว่าเบี้ยขยัน, สวัสดิการ, ปรับเงินเดือน, ทดลองงาน เอาไว้ใช้เวลาเจรจาเรื่องเงินเดือน, แล้วก็ศัพท์เฉพาะสำหรับบริษัทที่เราไปสัมภาษณ์ ว่าบริษัทนี้ทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร เตรียมคำศัพท์ที่คิดว่าน่าจะได้พูดตอนสัมภาษณ์มาท่องไว้ซะ...อย่างถ้าเป็นบริษัททำปุ๋ยคอก ก็ไปท่องไว้ซะว่าำคำว่าปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก เกษตรกรรม เกษตรกร สารเคมี พืช ผัก ผลไม้ แอปเปิ้ล มะละกอ กล้วย สเ้ม ฯลฯ...เค้าจะได้ประทับใจว่าเราเทพ เรามีความรู้เกี่ยวกับงานของบริษัท มีความสนใจในธุรกิจของบริษัท...ฯลฯ ขี้หมูขี้หมาก็ดูดีกว่าพูดไม่ได้ซักคำล่ะน่า...
กลยุทธ์ที่สาม - ไม่ต้องใช้คำสุภาพให้มากนัก ถ้าไม่แน่นพอ
กลยุทธ์นี้ไม่มีข้อดี ข้อควรระวัง แต่ที่ต้องแยกมาเพราะกลัวว่าเด็กจบใหม่หลาย ๆ คนจะหลอนว่าถ้าพูดในบริษัทจะต้องมาพูด เดะโกะไซมัส เดะอาริมัส เตะอิตะดะคิมัส ฯลฯมัส ก็ไม่ต้องซีเรียสขนาดนั้น รูปสุภาพถ้าเป๊ะพอก็พูดไป จะทำให้เราดูดี แต่บางทีก็อาจจะทำให้ดูแข็งเกินไป ห่างเหินจนคนสัมภาษณ์อาจไม่กล้าเป็นกันเองกับเราไปซะ หรือถ้าเราไม่แน่นพอ รูปสุภาพที่เราพูดไปอาจกลายเป็นรูปหยาบคายที่มาทำร้ายตัวเองเอาได้นะครับพี่น้อง...เพราะงั้น ถ้าไม่ใช่เทพตัวจริง หรือไม่จำเป็นจริง ๆ ก็พูดแค่มัส เดส ธรรมดาก็พอ...คนเขียนบล็อกแถว ๆ นี้ก็สัมภาษณ์งานด้วยภาษารูปธรรมดาด้วยซ้ำ (ไร้การศึกษาน่ะนะ -*- ตอนหลัง ๆ ช่วงใกล้ออกจากงานนี่เริ่มพูดภาษาไทยกับคนญี่ปุ่นแล้วด้วย -*- ) สัมภาษณ์ออกก็รูปธรรมดา สัมภาษณ์งานที่ใหม่ก็เป็นรูปธรรมดาปน มัส ๆ เดส ๆ ...เวลาแปลมีตติ้งก็เป็นรูปมัส เดส แต่รูปสุภาพไม่เคยใช้ เพราะกลัวใช้แล้วผิด ชีวิตจะเปลี่ยนเอาได้ง่าย ๆ ...
กลยุทธ์ที่สี่ - ทำตัีวตามสบาย สัมภาษณ์งาน ไม่ใช่สอบปากคำ...
ข้อดี...ทำให้เป็นตัวของตัวเอง คนสัมภาษณ์จะรู้สึกได้ถึงความเยือกเย็นที่ส่งผ่านจากตัวเราไปสู่ผู้สัมภาษณ์ (๋ขนาดนั้น -*- ) สัมภาษณ์งานโดยเป็นตัวของตัวเองน่ะดีที่สุดแล้ว เป็นกันเอง สบาย ๆ ไม่เครียด หัวโปร่ง แล่นปรื๊ด การพูดคุยก็จะไหลลื่นได้โดยธรรมชาติ
ข้อควรระวัง...อย่าเป็นตัวของตัวเองมากเกินไปนัก ทุกอย่างให้อยู่ภายใต้คำว่า กาละเทศะ (เขียนถูกป่าวหว่า -*- ) คงไม่ต้องอธิบายละเอียดนัก...เพราะคนเขียนเองก็ไม่ค่อยเข้าใจคำว่า กาละเทศะนี่เหมือนกัน (อ้าว -*- )
เพราะฉะนั้น...แต่งตัวให้ดูดี วางท่าทีให้ดูได้ พยายามผ่อนคลาย หายใจเข้าลื้....ก ลึก...(อย่าลืมหายใจออกด้วยนา...) ... ต้องคิดไว้ว่าเราเตรียมตัวมาดีที่สุดแล้ว ได้ไม่ได้ช่างแม่ม...เอ้ย ช่างมัน...ไม่ได้มาสอบทุน อย่าไปเครียดมากนัก ไม่ได้บริษัทนี้ เดี๋ยวก็มีบริษัทอื่น มันต้องได้ซักที่ล่ะน่า...ไม่ต้องหวังที่เดียวให้มันมากไป แต่ก็ไม่ใช่ไม่หวังเลยไม่ตั้งใจ...ทำให้เต็มที่ทุกที่ แต่เต็มที่แบบขำ ๆ ...ดีที่สุด (ยังไงกันโว้ย -*- )
กลยุทธ์ที่ห้า - อยากได้เงินเ้ดือนเท่าไหร่ เรียกเผื่อไป เพราะไงก็โดนต่อ...
ข้อดี...จะทำให้ราคาสุดท้ายกลายเป็นราคาที่เราต้องการอย่างแท้จริง
ข้อควรระวัง...เรียกเผื่อมากไประวังอดได้งาน หรือถ้าเรียกเผื่อน้อยไปอย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ...
เพราะฉะนั้น...ต้องดูตาม้าตาเรือก่อนว่า ตอนนี้เค้าให้กันเท่าไหร่แล้ว...สำหรับเงินเดือนของล่ามภาษาญี่ปุ่นในปัจจุบันกาล...ตามข้อมูลอ้างอิงจากสถาบัน monboy01 & kokoronashi candle sitting institute สำรวจเมื่อกี๊ พบว่ามีการจัดอัตราเงินเดือนสำหรับล่ามภาษาญี่ปุ่น (โดยประมาณ) ไว้ตามนี้...
อนึ่ง...ราคาปัจจุบันอาจผันผวนตามค่าเงินบาท, ราคาน้ำมัน, สถานการณ์การเมืองไปบ้าง แต่ก็แถบ ๆ นี้ ซึ่งถ้าจะมีบริษัทไหนให้ราคาสูงหรือต่ำกว่านี้ก็อาจจะมีบ้างแต่ไม่มากนัก ขึ้นอยู่กับบุญกรรมแต่ชาติปางก่อนของล่ามผู้ถวิลหางานทั้งหลาย...
ตัวอย่าง...อยากได้เงินเดือนแสนแปด ให้ตั้งไว้ที่สองแสน แล้วเดี๋ยวเค้าก็ต่อลงมา อาจจะเหลือแสนเจ็ด หรือแสนหก...เราก็ถามว่าแล้วจะมีโอทีหรือค่าอื่น ๆ มั้ย อย่าให้ราคาสุดท้ายหนีเงินเดือนที่เราต้องการมากนัก ก็จะโอเค...(อันนี้แนะนำเค้าได้ แต่พอถึงตาตัวเองก็ได้น้อยกว่าที่อยากได้ทุกที เพราะไม่เคยตั้งราคาเผื่อต่อเลย TAT )
หมายเหตุ!!!!!!!! อย่าไปซีเรียสกับอัตราเงินเดือนมากนัก ถ้าอยู่ในช่วงของราคาตามตารางข้างบนก็ถือว่าโอเค เพราะสิ่งที่เราจะได้นอกจากเงินเดือนยังมีอีกหลายอย่าง การได้เงินเดือนเยอะไม่ได้หมายความว่าเราประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วนะจ๊ะ โดยเฉพาะเด็กจบใหม่ ทำให้ได้ประสบการณ์ไว้ก่อน มีเงินกินไปวัน ๆ + เหลือเก็บก็โอเคแล้วนา...ขอแค่ให้ได้รับเงินในอัตราที่ี่เราไม่รู้สึกว่าโดนเอาเปรียบก็พอนะ ^^ (ความเห็นส่วนบุคคลครับทั่น)
พอละ...สาระมากไปปวดหัวเปล่า ๆ แถมกินเวลาทำงานประจำมาเกือบสองชั่วโมงแล้วด้วย (เฮ้ย O__O ) ก็หวังว่าคงจะมีประโยชน์กว่ากลอนไร้สาระในเอ็นทรี่ที่แล้วบ้างไม่มากก็มากกว่า หรืออาจจะเท่ากับ (อะไรวะ -*- )
ก็ขอให้ได้งานดี ๆ กันทุกคนนะครับ...ดีไม่ดีอาจจะได้มาทำงานที่เดียวกันกะผมก็ได้นา ระวังไว้...หุ หุ หุ หุ...- -+




#1 By Pack on 2008-03-20 10:34