หลังจากที่เอ็นทรี่ที่เขียนส่งเดช (อ้าวเห้ย -*- ...by คนอ่าน) ทะลึ่งไปขึ้นบัญชีไปรษณีย์ร้อน [Hot post...แปลเก่งสมเป็นล่ามจริง ๆ (__ __") ] กะเค้าบ้าง...ก็เลยเกิดกำลังใจในการเขียนสิ่งมีสาระและเกิดหิริโอตตัปปะในการเขียนเรื่องเลอะเทอะขึ้นมาทันควัน...

เอ็นทรี่นี้เลยขอแอ๊บทำตัวมีสาระอีกสักรอบ...สร้างภาพสักหน่อยน่า...

 

 

เริ่มจากการตอบคำถามที่ส่งมาทาง ems. ของคุณ ตาลเอง (ประจานซะเลย) ที่เป็นคนอ่านที่หลงผิดส่งมาถามแค่คนเดียว...ก็เลยจะนำมาฝอยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ให้กระจ่างสักนิดนะครับ...

 

1) การเป็นล่ามนี่ จำเป็นมั้ยว่า ต้องจบทางด้านภาษามาโดยตรง (อย่างคณะอักษรศาสตร์)

ในกรณีของล่ามภาษาญี่ปุ่นนั้น ไม่จำเป็นครับ เพราะไม่ว่าจะจบปริญญาสาขาไหนมาก็ตาม คุณก็มีสิทธิไปเรียนเพิ่มเติมและไปสมัครสอบวัดระดับความสามารถได้ทุกคน...แถมการจบบางสาขานั้น เมื่อนำความรู้ในสาขาที่เรียนจบมาฟิวชั่นกับทักษะทางภาษาญี่ปุ่นแล้ว จะทำให้เรามีคุณสมบัติที่โดดเด่นมากขึ้น พร้อมกับเงินเดือนที่(น่าจะ)มากตามไปด้วย...เพราะเราจะมีความเข้าใจในเนื้อหางานบางส่วนได้ดีกว่าล่ามธรรมดา เพราะส่วนใหญ่แล้ว ล่ามที่จบสายภาษาโดยตรงจะมีแค่ความรู้ทางภาษาเท่านั้น...

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณจบบัญชี แต่ทำงานเป็นล่าม ย่อมแปลประชุมของแผนกบัญชีได้ดีกว่าล่ามที่จบด้านภาษาอย่างเดียวอยู่แล้ว (ผมเคยตายในหน้าที่มาแล้วครับ ตอนประชุมประจำเดือน เมื่อวานนี้เอง...แปลรายงานของแผนกบัญชีแล้วใบ้กิน ไม่รู้เนื้อหา คำศัพท์ แถมตัวเลขหลักร้อยล้าน ใบ้กินไปเลย TAT )

การจบสายภาษาอาจมีผลเฉพาะในการศึกษาต่อปริญญาโท ขอทุน หรือการสมัครเป็นอาจารย์สอนภาษาในสถาบันของรัฐน่ะครับ

แถม...ตามประกาศรับสมัครงานล่าม มักจะระบุสองสามอย่างคล้าย ๆ กัน คือ

- เพศหญิง/ชาย (และอื่น ๆ (!?) )

- วุฒิ...ปริญญาตรี (ไม่ระบุสาขา)

- ความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น (ระดับ 3-2-1)

ย้ำอีกครั้ง...ว่าตอบในกรณีล่ามภาษาญี่ปุ่นเท่านั้นนะครับ ล่ามภาษาอื่นไม่แน่ใจง่ะ (__ __")a

 

2) หรือการที่ไปอยู่เมืองนอก หรือโตเมืองนอก ที่มีโอกาสได้ใช้ภาษาในชีวิตประจำวันมากกว่า

จะได้เปรียบกว่ายังไง หรือทั้งสองแบบนี้มีข้อแตกต่างกัน ได้เปรียบเสียเปรียบกันยังไงน่ะค่ะ

 

ขอแบ่งเป็นสองส่วนนะครับ

ด้านประสบการณ์

การไปอยู่เมืองนอกที่เป็นประเทศเจ้าของภาษาที่เราเรียนอยู่นั้น ย่อมได้เปรียบในหลาย ๆ อย่าง เพราะจะได้เรียนรู้ทั้งวัฒนธรรม ประเพณี สภาพแวดล้อม สังคม การใช้ชีวิต ฯลฯ...ซึ่งประสบการณ์ตรงเหล่านี้ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในงานล่ามได้อย่างแน่นอน...แต่ไม่ได้หมายความว่าคนไม่เคยไปเมืองนอกจะเป็นล่ามไม่ได้นะครับ...

เพราะอย่างผมเองก็เคยไปญี่ปุ่นแค่เดือนเดียว ความรู้ด้านสังคม วัฒนธรรม ประเพณี ฯลฯ เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นใกล้เคียงศูนย์...(__ __")a แต่ก็ยังเป็นล่ามได้ เพราะเวลาแปล ก็แปลเกี่ยวกับงาน แปลเรื่องที่อยู่ในโรงงานเท่านั้นเองครับ...

แต่!!! ถ้าต้องเป็นล่ามพาเจ้านายหรือพนักงานคนไทยไปเมืองนอก การที่เราเคยอาศัยอยู่ประเทศนั้น ๆ มาก่อนย่อมสร้างความได้เปรียบในการทำงานอย่างแน่นอนครับ ^^

 

ด้านทักษะทางภาษา

แน่นอนว่าไปอยู่ต่างประเทศ ถ้าไม่เอาแต่สุงสิงกับคนไทยด้วยกันเองแล้วล่ะก็ ต้องเก่งขึ้นอย่างแน่นอน จะเก่งมากเก่งน้อยก็ขึ้นอยู่กับปริมาณการพูดว่าเป็นคนพูดมากหรือพูดน้อย การฟัง-พูด ของคนที่เคยไปอยู่ต่างประเทศส่วนใหญ่จะดีกว่าคนที่ไม่เคยไปอยู่แล้วครับ แต่คนที่ไม่เคยไป ถ้าอยู่ที่ประเทศไทย ก็เก่งได้ ด้วยการฝึก ฝึก ฝึก แล้วก็ฝึก เช่น ฟังเพลง ดูหนัง ดูอนิเม แล้วฝึกพูดตามบ่อย ๆ ครับ (แต่ผมก็ไม่เคยทำนะ ผมมันคนขี้เกียจ TAT )

ส่วนทักษะด้านการเขียน การอ่าน นั้นไม่เกี่ยวกับสถานที่ครับ ขึ้นอยู่กับความพยายามของแต่ละบุคคล อยู่ที่ไหนก็เก่งได้ถ้าขยัน เพราะเดี๋ยวนี้หนังสือหรือเว็บไซต์ภาษาต่างประเทศมีมากมาย อยู่ที่การไขว่คว้าครับ ^^

เพราะงั้นถ้าถามว่าเสียเปรียบหรือได้เปรียบกันอย่างไร...ถ้าเป็นด้านภาษา ก็คงเป็นเรื่องสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการฝึกฝนต่างกันนั่นแหละครับ...คนที่อยู่ต่างประเทศ มีสื่ออยู่รอบตัว (ผู้คน, โทรทัศน์, วิทยุ, ป้ายประกาศ, หนังสือ, ฯลฯ) แต่คนที่อยู่ประเทศไทย ต้องไขว่คว้าหาสื่อ...ที่เหลือก็ต้องวัดกันที่ความพยายามล่ะครับ ^^ แต่หากดูด้านประสบการณ์...คนที่อยู่เมืองนอกจะได้เปรียบนะครับ เช่น เวลาสมัครงาน...หากความสามารถทางภาษาเท่ากัน (หมายถึงดูจากเอกสาร...เช่น...ใบสอบวัดระดับ ได้ระดับสองเท่ากัน...) คนที่เคยไปอยู่เมืองนอกมาย่อมสะดุดตามากกว่าครับ

 

3) แล้วถ้าเปรียบเทียบการเป็นล่าม กับการเป็นคนแปลหนังสือหรือแปลเอกสาร มีข้อแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหนยังไงน่ะค่ะ

 

คนเป็นล่ามจะต้องฟัง ทำความเข้าใจ แล้วพูดออกมาเป็นภาษาของตนเอง (อาจมีเวลาเปิดพจนานุกรมหาคำศัพท์ได้ในบางกรณี แต่ส่วนใหญ่จะต้องแปลไปก่อน แล้วค่อยมาค้นหาคำศัพท์ทีหลัง) บางงานที่มีเวลาเตรียมตัวล่วงหน้า รู้ว่าจะต้องแปลเกี่ยวกับอะไร หรือได้รับเอกสารมาก่อน ก็สามารถเตรียมคำศัพท์ที่คิดว่าจะต้องใช้ รวมถึงคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจเอาไว้ก่อนได้ (เหมือนเก็งข้อสอบนั่นแหละครับ)

ส่วนคนแปลหนังสือ แปลเอกสาร จะต้องอ่านต้นฉบับภาษาต่างประเทศ จากนั้นก็ค้นหาความหมายของคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจ (ซึ่งคนแปลหนังสือและเอกสารก็จะมีเวลาหาคำศัพท์ ค้นคว้าข้อมูลได้มากกว่า) จากนั้นก็ทำความเข้าใจในเนื้อหา แล้วเรียบเรียงออกมาเป็นภาษาของตนเอง

แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับงานทั้งสองแบบก็คือ ความถูกต้องในการแปลนั่นเอง ^^

 

 

 

โชคดีที่มีคำถามให้เจ้าของบล็อกยกมาตอบ...แต่ก็เป็นแค่ความเห็นส่วนบุคคลนะครับ...ตอนนี้ก็เป็นล่าม+ยามเฝ้าโกดังตัวอ้วน ๆ คนนึง...เพิ่งทำงานมาได้ปีกว่า ๆ ความเห็นที่ตอบไปอาจจะไม่ถูกต้องครบถ้วย...เอิ้ว...ครบถ้วนทั้งหมด...แต่ก็คิดว่าคงมีประโยชน์บ้างล่ะน่า...ถ้ามีใครแวะมาเหลียวแลบล็อกนี้และอยากแนะนำ ซักถาม หรือสาปแช่งก็เชิญนะครับ...เพื่อเป็นการเรียนรู้...ผมยินดีรับทุกความคิดเห็นครับผม ^^

 

ไปกินข้าว + ทำใจก่อนนะครับ...พักเที่ยงแล้ว (วันนี้โดนเฉ่งซะหลายเรื่อง...ทำให้เริ่มเสียสติ...[แต่ไม่เกี่ยวกับงานล่ามนะฮะ...งานเฝ้าโกดังน่ะ...TAT ] )

 

ซี ยู อะ เกน

 

may the frog be with you

ขอชาวดาวเคโรนจงสถิตย์อยู่กะท่าน... (__ __")a

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อืม...ล่ามเก่งๆบางคนก็เก่งภาษาต่างประเทศจริงๆล่ะค่ะ
แต่ว่ามีบางคน(ซึ่งเป็นส่วนใหญ่ที่พบ) มักจะอ่อนภาษาไทย 555sad smile sad smile
ประมาณว่าพี่แกเข้าใจอยู่คนเดียว แต่แปลออกมาเป็นภาษาไทยฟังไม่รู้เรื่อง สรุปความคิดไม่ได้ทำนองนี้ค่ะ

เจ้านายใจร้ายแท้ๆ ให้ล่ามไปเฝ้าโกดัง เฮ้อ....

คงพอๆกัน เราเป็นเลขา แต่ไม่มีแม่บ้านประจำออฟฟิศ
ในฐานะหญิงเดี่ยวก็ต้องเป็นแม่บ้านไปในตัว 555sad smile Hot!

#1 By your_natty on 2008-03-07 13:55

Hot!Hot!Hot!Hot!Hot!Hot!Hot!
มีความรู้มากมาย ขอบคุณจริง ๆ ค่าาาcry

อันที่จริงเราก็รู้สึกในใจลึก ๆ ว่า ไม่ได้จบสายตรงมา จะไปแข่งกับคนจบสายตรงได้หรือเปล่าน้า~

แต่พอเห็น คำตอบข้อแรกแล้ว กำลังใจ MAX อีกหลอดเลยค่ะ

เพราะ เราก็เป็น 1 ในคนจบที่บัญชี แต่มารู้ทีหลังว่าเราชอบภาษามากกว่า ก็เลยอยากจะทำงานด้านนี้ ไม่ว่าจะล่ามหรืออะไร ขอให้ได้ใช้ภาษาเราชอบหมดค่ะ

ป.ล. จะมีสาระ หรือไม่มีสาระ ถ้าคุณไร้จิตไร้หัวใจเขียน เราก็ชอบหมดนั่นแหล่ะค่ะ (อ่านสนุกดี) วันหลังมาไร้สาระให้ฟังอีก (หลาย ๆ) รอบก็ได้นะคะ 555open-mounthed smile

#2 By sora no hime★空のひめ on 2008-03-07 13:56

^
^
อ่า คุณ natty เกือบจะกรณีเดียวกันเลยค่ะ บริษัทที่เราทำเป็นบริษัทเล็ก ๆ เราควบหลายหน้าที่มาก

Secretary & Sales Co. & Admin & House Keeper

แถมเวลามีปัญหา ก็ลงที่เรา ต้องโคกับต่างประเทศ ภาษาอังกฤษล้วน ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เก่งเลยซักกะติ๊ด เอิ๊กๆๆๆๆๆๆ

โอ้ มายก็อด

#3 By sora no hime★空のひめ on 2008-03-07 13:59

Jay : ตบมือๆ Hot!
เก็บของเตรียมไปเรียนภาษายุ่นดีกว่า open-mounthed smile

#4 By Jay on 2008-03-07 14:21

คุณ natty....

โอ้...นั่นสินะ...เรื่องล่ามพูดภาษาไทยไม่รู้เรื่องนี่ก็มีครับ

ผมเองก็เป็นล่ามที่พูดภาษาไทยไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะจะกักเสียงไว้ในคอเหมือนคางคก 55555

คนไทยด้วยกันก็ฟังไม่รู้เรื่อง คนญี่ปุ่นก็ฟังไม่รู้เรื่อง ^^


ว่าแต่คุณเจ้าหญิงแห่งเวหาท้องฟ้านภากาศครับ...

เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าเรียนมาไม่ตรงสาย (__ __")a แถมดันยกตัวอย่างซะตรงยังกะตั้งใจเลยเนอะ...อิอิ

มีเรื่องจะมาเล่าให้ฟัง (อ่าน) ว่าพี่ล่ามบริษัทผม (ออกไปแล้ว) ก็เรียนจบบัญชีมา แต่ก็ผ่านระดับ 1 แล้วนะ เคยได้ทุนมงไปเรียนญี่ปุ่นด้วย - -+

ส่วนรุ่นพี่ล่ามที่บริษัทอีกคน (ออกไปแล้วเหมือนกัน) ก็จบสาขาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ แล้วไปเรียนภาษาญี่ปุ่นสองปีจนผ่านระดับสอง แล้วมาเป็นล่ามได้สักสองปีกว่า ๆ ตอนนี้ก้อผ่านระดับหนึ่ีงแว้ววว (ผมยังไม่ผ่านเลย TAT)

ส่วนรุ่นพี่ล่ามที่บริษัทอีกคน (ออกไปแล้วเหมือนกัน...ว่าแต่ รุ่นพี่เยอะจังเว้ยยยย...)
นั่นก็จบเอกไทยมา ก็เป็นล่ามระดับเหินเวหาไปแล้วเหมือนกันครับ ^^

แค่นำเรื่องจริงรอบตัวมาเล่า จะได้มีกำัลังใจเยอะ ๆ ไงครับ ^^

ว่าแต่...ตกลงผมเป็นคนไร้หัวจิตหัวใจใช่มั้ยเนี่ย...ทำไมชื่อภาษาไทยมันรันทดจังว้าาาา TAT


คุณ Jay ...แวะไปดูบล็อกคุณมาละ ... คอส WOW โคตรเท่ห์เลยคร้าบบบบบบบ โดยเฉพาะ นักดาบผมยาวนั่น (ลืมชื่อไปแระ ไม่ได้เล่น DotA มานาน...โคตรเท่ห์เลย...หรือว่าเพราะไม่เห็นหน้ากันนะ?
มามอบดาว ^^
Hot!
ผมเรียนสายวิทย์ แต่ก็ชอบด้านภาษาครับ ทักษะด้านนี้มันอยู่ที่การฝึกฝนเนอะ

ผมก็อยากเก่งขึ้นกว่าเดิม....

#7 By Etcetera on 2008-03-07 21:18

เป็นประโยชน์มากเลยค่ะ
ไม่ได้คิดจะเป็นล่าม แต่ก็ทำให้มุมมองในการเลือกที่จะรเยีนรู้ภาษาดีขึ้นแยะเลย Hot!

#8 By zechan on 2008-03-07 23:27

แอบมาอ่านต่อ จากตอนที่แล้วquestion
ช่วงงนี้ ดาวเพโคเพนไม่รู้เป็นอะไรร้อนๆหนาวๆ

ว่าจะหนีกลับดาวเคโรนแล้วเหมือนกัน cry

#9 By cherried on 2008-03-07 23:34

ตอนนี้ก็ประสบปัญหาค่ะ ...
ฟังออก ... แปลได้แบบเข้าใจเองอยู่คนเดียว ... แต่แปลให้คนอื่นฟังไม่ได้ ... = w = ...
อารมณ์ เรียบเรียงคำพูดไม่ถูก ... ไม่สามารถสื่อความหมายออกไปได้ ... แต่เราเข้าใจนะนั้น!!!

เคยโดนเพื่อนถามว่า เออ คนนั้นเขาพูดอะไรเหรอ ...
เราก็จะตอบไปว่า ... "อืม ... แปลออกนะ ... แต่บอกพวกแกไม่ถูกแหะ"

**ประสบการณ์ นร.แลกเปลี่ยนเมกา 1 ปี ... ตอนนี้ทักษะง่อยเพราะไม่ได้ใช้แล้ว**

**เศร้าชีวิต**

Hot! Hot! Hot!

#10 By dreamy on 2008-03-08 01:51

เยี่ยมไปเลยครับbig smile Hot!

#11 By was_in on 2008-03-08 11:40

Hot! Hot! Hot!

ดาวเคโรนจงเจริญ..... อ๊ะ ไม่ค่อยเกี่ยวเท่าไหร่ sad smile

ได้ความรู้เพิ่มเติมมากๆเลย จะเก็บไปพัฒนาให้กับตัวเองเหมือนกัน big smile

#12 By †トリック☆スタ~† on 2008-03-08 13:02

เป็นความรู้ในการตัดสินใจทำงานมากๆ
ใจจริงแล้วอยากทำงานแปลหนังสือค่ะ เพราะชอบอ่านหนังสือและไม่กดดันดี
แต่ก็คิดว่าอยากจะทำงานล่ามด้วย แต่ไม่รู้ว่าล่ามเค้ากดดันหรือว่าทำงานกันยังไง

แล้วจะเข้ามาอ่านต่อน่ะค่ะ ขอบคุณที่เขียนให้รู้มากขึ้นจ้า big smile

#13 By 茸のレン on 2008-03-08 13:26

ได้บอลเยอะเชียว อิอิbig smile
Hot! Hot! Hot! ดรากอนบอลลลลล

หนทางยังยาวไกล อย่างน้อยได้ระดับมากับเค้าแล้วก็ถือได้เป็นก้าวเล็กๆล่ะ

เข้าใจคุณดรีมมี่เลย ตอนอ่านหนังสือก็เข้าใจนะ
แต่พอมาลงเป็นภาษาให้คนอื่นเข้าใจ...ยากชะมัด

แปลภาษาอื่นให้เป็นไทยยากแล้ว แปลไทยให้เป็นไทยดันยากกว่า = =

#15 By watabo on 2008-03-08 16:56

คุณอู๋...ขอบคุณสำหรับดาวนะครับ ^^

คุณ Etcetera...ถูกต้องแล้วคร้าบบบบ อยู่ที่การฝึกฝนนั่นแหละครับคือสิ่งสำคัญ ^^ แต่ผมก็ไม่ค่อยได้ฝึกเท่าไหร่เลยอะ TAT

คุณ zechan ขอบคุณสำหรับคำชมและดราก้อนบอลครับ ^^

คุณ cherried อากาศแปรปรวนเป็นเรื่องธรรมชาติครับ โชคดีที่ยังไม่เป็นหวัดนะเนี่ย ^^

คุณ dreamy ปัญหาที่คุณเป็น ก็เหมือนผมและหลาย ๆ คนจะเคยเป็นนะครับเนี่ย...ประมาณว่า เข้าใจ แต่พูดไม่ได้เนี่ย ^^"

คุณ was_in ขอบคุณครับ ^^

คุณ †トリック☆スタ~† ...ดาวโพโคเพนก็จงเจริญเช่นกันคร้าบ (>__<)

คุณ Я.E.N. (ノ_-。) ...เข้าไปอ่านบล็อกคุณตั้งกะตอนที่ผมยังอยู่บล็อกเก่า...ที่แท้ก็อยากเป็นนักแปลหรอกเหรอครับเนี่ย OAo

คุณ แพนด้ามาจากญี่ปุ่น ...นาน ๆ ทีจะแอ๊บมีสาระ เลยมีคนใจดีให้เยอะกว่าปกติน่ะครับ ^^"

คุณ watabo ...มาพยายามกันต่อไปครับ...นี่ผมก็กำลังหาที่เรียนเพิ่มเติมอยู่...แต่ค่าเรียนแพงจังเลยง่าาาาา TAT



อ่านแล้วรู้สึกว่าอาชีพล่ามอเมซซิ่งมากๆค่ะ เงินเดือนน่าสนใช่ย่อยทีเดียวนะเนี่ย (เอ้ายาย เช็ดน้ำลายหน่อย 5555)

ขอบคุณนะคะที่เอาความรู้มาแบ่งปันกันbig smile

#17 By B.Lucky:dream on on 2008-03-09 12:06

ขอบคุณสำหรับบทความแนะนำดีๆค่ะ

เป็นอาชีพในฝันเลย เพราะว่าเรียนมาด้านภาษาโดยตรง

แต่ไม่รู้ว่าจะต้องไปแก่งแย่งงานกับอีกสักกี่ชีวิต

จริงๆแล้ว อยากทำงานกับบริษัทของญี่ปุ่นด้วย แต่อาจจะต้องไปเรียนเพิ่มเติม เพราะไม่ได้จบญี่ปุ่นมาโดยตรงอ่ะค่ะ แย่เลย

#18 By ❀・aoichan・❀ on 2008-03-09 19:43

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมนะค้า
แอบตามอ่านบลอคคุณอยู่เหมือนกันค่ะ แฮ่ แบบว่าตอนแรกคิดว่าตัวเองค่อนข้างถนัดเรื่องภาษาอยุ่บ้าง แต่พอไปสอบอีโทอีกเนี่ย หมดความมั่นใจไปโขเลย 555 (แต่ยังไงก็รอดูผลอีกรอบก่อน)

#19 By Java on 2008-03-10 10:22

ตอนนี้กำลังเรียนระดับ4อยู่ค่ะจะสอบปีนี้ ได้ความรู้แยะเลยขอบคุณค่ะมาอัพเรื่อยๆนะค่ะจะติดตามค่ะ

#20 By porn (ฮิมาวะริ) (61.7.183.110) on 2008-04-03 12:54

ขอบคุงมากเรย ด้ายค.รุเยอะเรย

เอาไว้ปรากอบอาชีพตอนโตsad smile


อัพความรุอย่างงี้ต่อไป จามาอ่านบ่อยๆๆน่ะค่ะ

big smile confused smile

#21 By ママ (124.121.217.158) on 2008-04-03 19:21

เห็นด้วยกับคุณ your_natty เพราะเราเห็นตัวอย่างจาก เหล่าซือ

แหะๆ อ่อนถึงอ่อนที่สุด บางครั้งเค้างงกะตัวเองไม่พอ ยังจะทำให้นักเรียนไขว้เขวอีกด้วย sad smile

#22 By * 예인 เยอิน * on 2008-04-09 21:08