คือ...

มีคนสะกิด ๆ ถามผมเรื่องเกี่ยวกับงานล่าม เรื่องเงินเดือนอะไรทำนองนี้แหละ แล้วก็เลยคิดว่า ถ้าผมจะนำความรู้เท่าหางกบของตัวเองมาอธิบายในบล็อกนี้ก็น่าจะมีประโยชน์บ้างไม่น้อยก็มาก ถ้าไม่มากก็น้อย -*-

ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงและจบยังไง จะด้นไปเรื่อย ๆ ตอนละนิดตอนละหน่อยแล้วแต่เวลาและอารมณ์ละกันนะครับ...

 

 

ล่ามคืออะไร...

ล่าม คือ ชื่อของอาชีพอาชีพหนึ่ง มีหน้าที่แปลภาษาจากภาษาหนึ่งสู่อีกภาษาหนึ่ง โดยในที่นี้จะพูดถึงแต่ล่ามญี่ปุ่น เพราะเจ้าของบล็อกไม่เคยเป็นล่ามภาษาอื่น (__ __")

 

ล่ามมีกี่ประเภท...

แบ่งอย่างเป็นทางการ คือ สองประเภท ได้แก่

1. ล่ามพูดพร้อม...เ่ช่น ขณะที่คนญี่ปุ่นเริ่มอ้าปากพูด ล่ามก็จะแปลไล่ ๆ กันไปด้วยสปีดที่สูสีและความถูกต้องระดับเทพ...

2. ล่ามพูดสลับ...เช่น คนญี่ปุ่นพูด...แล้วหยุด...ล่ามก็แปลเป็นไทย...แล้วก็หยุด...แล้วคนญี่ปุ่นก็พูด...วนไปเรื่อย ๆ

(แต่ถ้าแบ่งอย่างไม่เป็นทางการ จะมีประเภทที่สาม...คือ ล่ามดำน้ำ...ซึ่งได้แก่เจ้าของบล็อกนี้นั่นแล... - - )

 

ทำไงจะได้เป็นล่าม

ก็ต้องมีความรู้ในภาษาอย่างน้อยสองภาษา ในระดับที่พอใช้ได้ หรือ ดีมากไปเลย เพื่อจะได้แปลได้อย่างสุดยอด เทพ เหนือเซียน ดูแล้วเก่งเหมือนซูเปอร์ไซย่า

 

เรียนอะไรล่ะ

ในกรณีล่ามภาษาญี่ปุ่น ก็สามารถเรียนได้ตามสถาบันสอนภาษาที่ไม่ใช่มหาวิืทยาลัย หรือเรียนได้ด้้วยตนเอง อาจจะซื้อหนังสือมาอ่านเล่นที่บ้านก็ได้ หรือจะเข้าไปเรียนเป็นวิชาเอก เช่น เอกภาษาญี่ปุ่น หรือเข้าคณะภาษาศาสตร์แล้วไปแยกอีกทีก็ได้...(น่าจะใช่นะ)

 

แล้วจะรู้ได้ไงว่าเก่งพอจะเป็นล่ามได้แล้ว

สำหรับภาษาญี่ปุ่น เค้าจะมีการทดสอบที่เป็นมาตรฐานระดับโลก หนึ่งปีมีครั้งเดียว ราว ๆ เดือนธันวาคม ที่เรียกกันว่า สอบวัดระดับ โดยที่ทำกันมาจนถึงปีล่าสุด จะมีสี่ระดับ เรียงจากง่ายสุดไปยากสุด คือ 4 3 2 1 โดยจะเลือกสอบได้เพียงครั้งละหนึ่งระดับเท่านั้น ส่วนจะสอบระดับไหนนั้น อยู่ที่เราจะเลือกสมัคร จะเรียงไปทีละระดับหรือสอบจาก 1 มา 2 มา 3 และ 4 ก็ได้ ตามใจ...(ซึ่งคิดว่าบนโลกนี้คงไม่มีใครสอบแบบนั้นหรอก) หากสอบผ่านระดับคะแนนที่กำหนดไว้ก็จะได้ใบประกาศมาเก็บไว้เป็นสิริมงคลกับตนเองต่อไป ซึ่งในปัจจุบันตามประกาศรับสมัครงาน ก็มักจะรับตั้งแต่คนที่ได้ระดับสามเป็นอย่างน้อย ส่วนระดับสี่นั้น ไม่รู้จะมีไว้ทำไมเหมือนกัน พราะไม่เคยเห็นรับสมัครซักที...หรืออาจจะเอาไว้ให้เป็นก้าวแรกที่น่ารักสำหรับคนเรียนภาษาญี่ปุ่นก็เป็นได้

 

แล้วเงินเดือนล่ามล่ะ ดีมั้ย

เงินเดือนล่ามเื่มื่อเทียบกับเด็กจบใหม่รุ่นราวคราวเดียวกันในสาขาอื่น ต่อให้เกรดเค้าดีกว่าก็ยังไม่แน่่ว่าจะได้เท่ากันหรือสูงกว่าล่าม เพราะล่ามเงินเดือนค่อนข้างสูง ระดับสามบางคนได้เริ่มต้นสองหมื่นก็มี ส่วนระดับสองก็อาจได้เริ่มที่สองหมื่นกว่าเกือบสามหมื่น ส่วนระดับหนึ่งก็เริ่มที่สามหมื่นได้เป็นอย่างน้อย...และแน่นอนว่าถ้าประสบการณ์งานยิ่งมาก ยิ่งเรียกได้มาก บวกกับลักษณะการจ้างงาน ยิ่งไปกันใหญ่ เงินเ้ดือนหกเจ็ดหมื่นไม่ไกลเกินเอื้อม แค่พยายามเก่งขั้นเทพให้ได้ก็ได้แล้ว...อ้อ ลักษณะการจ้างงานล่ามจะมีสองแบบ คือ จ้างเป็นพนักงานประจำ สวัสดิการล้านแปด แต่เงินเดือนน้อย กับเป็นสัญญาจ้าง เป็นชั่วโมง เป็นวัน เป็นเดือน เป็นปี (ไม่ค่อยมีนะอันนี้) จะได้เงินเยอะ แต่สวัสดิการบ๋อแบ๋ หลาย ๆ ที่ไม่จ่ายโบนัสให้ล่ามสัญญาจ้าง (คอนแทรค) อีกตะหาก...

 

ข้อดีของงานล่าม

1. เลิกงานก็เลิกกัน...กลับบ้านไปนอนหลับสบาย ยกเว้นถ้ามีมีตติ้งที่ต้องเตรียมตัว ที่จะยาก ๆ หน่อยก็ต้องหาคำศัพท์เตรียมเอาไว้ (เหมือนเก็งข้อสอบ) ซึ่งนาน ๆ จะมีที

2. เปลี่ยนงานง่าย...เพราะคล่องตัวสูง ไม่มีพันธะอะไรมากนัก ออกได้ทันทีถ้าบริษัทไม่รั้งไว้ เพราะไม่ต้องส่งต่องานเหมือนตำแหน่งอื่น ๆ

3. เงินเดือนดี...ยิ่งย้ายบ่อยก็เรียกเงินเดือนอัพขึ้นได้เรื่อย ๆ แน่นอนว่าการปรับเงินเดือนประจำปีของบริษัทที่ขึ้นให้แค่พันสองพันน่ะเทียบไม่ติด

4. ไม่กดดัน...เพราะเวลาเค้าด่ากันก็ไม่เกี่ยวกับเรา เค้าไม่ได้ด่าเราสักหน่อย ถ้าคิดได้อย่างนี้ก็สามารถแปลได้อย่างไม่สะทกสะท้าน เค้าจะต่อยกันก็ไม่เกี่ยว ยืนแปลห่าง ๆ ก็พอ พอจะต่อยกันก็เปลี่ยนไปเป็นพากษ์มวยแทนซะเรย...

ข้อเสียของงานล่าม

1. เงินเดือนตัน...ล่ามบางคนถ้าพัฒนาไปไม่มากพอ เป็นได้แค่ซูเปอร์ไซย่าร่างแรก ก็จะเรียกเงินเดืิอนได้กระด๊อกกระแด๊ก อาจจะเงินเดือนสูงเมื่อเริ่มต้น แต่พอนาน ๆ ไปก็เรียกมากไม่ได้แล้ว เพราะอายุมากขึ้นแต่ความสามารถพอ ๆ กับของเดิม...

2. ย้ายงานบ่อย...เพราะต้องการอัพเงินเดือน เลยต้องย้ายไปย้ายมา บางคนย้ายสามบริษัทภายในปีเดียวก็มี (เพื่อนผมเอง -*- ) ทำให้ดูไม่ค่อยมีความจงรักภักดีกับบริษัทเท่าไรนัก...แต่ถ้าใครไม่แคร์...ก็ไม่เป็นไร

3. น่าเบื่อ...เพราะพูดแต่เรื่องชาวบ้าน ไม่ได้เกี่ยวกับเราซักกะนิด บางทีไปกินข้าว แทนที่จะได้นั่งแด๊กส์เงียบ ๆ กลับโดนสะกิดแปลยิกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ บางทีง่วง ๆ จะหาวก็ไม่ได้ ต้องนั่งแปลๆๆๆๆ น่าเบื่อออก -*-

4. กดดัน(อ้าวไหงตะกี้บอกว่าไม่กดดัน -*- ) เมื่อต้องแปลเวลาเค้าด่าพ่อล่อแม่กัน หรือแปลในสถานการณ์ตึงเครียด ล่ามจะไม่สามารถชิ่งไปไหนได้...สำหรับคนที่รับจุดนี้ไม่ได้ก็คงแปลไปเศร้าหัวใจไป... ดีไม่ดีเค้ากำลังโมโห พอแปลไม่ได้ ไม่ทันใจ ก็โดนด่า ไปร้องไห้ในห้องน้ำอีก -*-

5. ไม่มีการเติบโตในหน้าที่การงาน ... ล่ามส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้เป็น manager, assistant manager เพราะตำแหน่งจะเป็น Interpreter อยู่อย่างนั้น อย่างมากก็ได้เป็นหัวหน้าล่ามอะไรทำนองนั้น...นอกจากจะย้ายไปทำงานแนว Japanese Speaking เช่น ทำงานตำแหน่งอื่น แต่ใช้ภาษาญี่ปุ่นในการติดต่อกับคนญี่ปุ่น ก็มีเยอะแยะตาแป๊ะก๊วย...ลองค้นคว้าดูละกันนะ

 

 

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

 

ก็ประมาณนี้ล่ะครับ...เรื่องล่าม ๆ พิมพ์ไปพิมพ์มาก็เริ่มง่วงนอน -*- จากที่เหมือนจะต้องเขียนหลายตอน แต่ดู ๆ แล้วแค่นี้ก็คงพอแล้วแหละ...ไงถ้ามีไรสงสัยก็หลังไมค์ หรือไม่ก็หน้าไมค์ถามได้นะครับ ยินดีครับผม ^^

 

ง่ะ...ยัีงไม่เลิกงานเลย แต่ง่วงแล้วอะ ไปงีบ(ในที่ทำงาน(?)) ก่อนนะฮะ...

 

บ๊ายบายคับ (__ __)

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ๊ะ ใครสะกิดคะ ท่าทางจะสะกิดแร๊ง แรงเนอะopen-mounthed smile

เพิ่งรู้ว่าการเป็นล่ามมันน่าอึดอัด และบางคนเปลี่ยนงานบ่อยถึงขนาดนี้

แต่เมื่อใจรักก็ยังอยากจะเป็นค่ะ

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะconfused smile

Hot!Hot!Hot!Hot!Hot!Hot!Hot!
อ่ะ ดราก้อนบอล 7 ลูก ขอพรกับเทพมังกรให้เป็นล่ามซูเปอร์ไซย่าขั้นสุดเทพ เหอๆๆๆ

#1 By sora no hime★空のひめ on 2008-03-03 16:07

ผมเคยเจอระดับเทพอยู่ทีหนึ่ง ตอนไปสัมภาษณ์งาน
ประมาณญี่ปุ่นพูดจบปุ๊บ เเปลให้เราฟังได้เลย
พอเราพูดกลับไป ก็เเปลให้ญี่ปุ่นฟังได้ปั๊บ

#2 By Red on 2008-03-03 18:25

กะลังคิดจะเป็น sad smile
กะลังฝึกฝนค่ะ หวังว่าจะได้เป็น
ถ้าเอาแค่พอรู้เรื่องนี่ก็น่าสนอยู่นะครับภาษาญี่ปุ่นเนี่ย

แต่ถ้าจะเอาขั้นซุปเปอร์ไซย่าเนี่ยผมขอบายดีกว่าครับ sad smile

#4 By UnknowPerson on 2008-03-03 20:10

ดูท่าจะสบายดีเหมือนกัน

open-mounthed smile

#5 By วิถีแมวว์ on 2008-03-03 20:51

เหะๆ เรียนไปปีเดียวเมื่อสี่ห้าปีมาแล้ว - -'' ป่านนี้ลืมไปหมดแล้วละฮะ
น่าจะรวบรวมเป็นคู่มือสำหรับให้เด็กอ่านนะครับ จะได้ตัดสินใจกันถูกว่าควรทำสายนี้มั้ย

มีประโยชน์มากครับ

#7 By PastelSalad on 2008-03-03 22:12

กำลังจะไปสมัครเป็นล่ามค่ะ แอบจิตตกว่าเขาจะรับรึเปล่า ถ้ารับแล้วเราจะแปลรู้เรื่องมั้ย เจ้านายจะฟังเข้าใจรึเปล่า กลัวว่าจะไปทำโรงงานเขาระเบิด -*-

กลัวสารพัด แต่ก็ต้องไป เพราะความกลัวไม่มีตังค์ซื้อข้าวมีมากกว่า เหอๆ

ป.ล. ให้ดรากอนบอลด้วยคนค่ะ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
นักแปล...ล่าม...ถึงจะยากลำบาก อาศัยใจรักต้องพยายามมมมมมม โอสสส

ผลสอบวัดระดับยังไม่มาเล้ย

#9 By watabo on 2008-03-03 22:49

มีโอกาสได้เจอล่ามระดับเทพหลายท่านค่ะ เช่นอ.สิงห์ทอง

ทำให้เข้าใจเลยว่าคำว่าเทพมันเป็นยังไงจริงๆ - -''

เห็นด้วยว่าข้อเสียคือมันตัน ไม่ก้าวหน้า แถมอาจโดนเกลียดอีก พวกคนไทยก็เกลียด ไม่ไว้ใจเราอีกตะหาก

#10 By @eltshan@ on 2008-03-03 22:54

อื้ม นั่นสินะครับ งานแบบนี้ถ้าไม่พัฒนาความสามารถด้านอื่นควบไปด้วย ก็ไม่รู้จะก้าวหน้าไปด้วยอะไรเนาะ...

#11 By Penz on 2008-03-03 23:47

มิน่าล่ะ
ถึงได้ยินเสียงบุ๋งๆ เพราะดำน้าบ่อยนี่เอง อิอิอิ
อยากเป็นล่าม ผมพูดลาวได้

#13 By นายฉิม on 2008-03-04 08:13

เราสอบระดับ 3 ได้เมื่อตอนเรียน ม. 6 ซึ่งก็แปดปีมาแล้วนะเนี่ย ปัจจุบันทำงานกะญี่ปุ่นแต่แทบไม่ได้ใช้งาน เพราะไม่มีการทบทวนความรู้ใดๆ เดี๋ยวนี้แทบจะไม่รู้เรื่องเลยสอบระดับ 4 ก็ยังสงสัยว่าจะไม่ผ่านแน่ๆ วันก่อนเจ้านายถามว่าเคยสอบวัดระดับไหม เราบอกว่าได้ระดับ 3 เจ้านายหน้าเหวอไปเลย แต่คนหน้าแหกคือเราอ่ะดิ เศร้า...

#14 By your_natty on 2008-03-04 09:06

กลับมาตอบ...

ตกกะใจ ทำไมมีแต่ดาวแดงๆๆๆๆ เต็มไปหมด...

แหม่... - -

คุณ sora no hime ...ถ้าใจรักอยากจะเป็น ก็ขอเอาใจแช่ง...เอ๊ย...เอาใจช่วย มีอะไรก็ถาม ๆ มาได้นะครับ ^^ อ้อ ขอบคุณสำหรับดราก้อนบอลครับ...

คุณ Red...ถ้ามีโอกาสได้เจอกันวันหลังจะโชว์การดำน้ำระดับเทพให้ชมนะครับ 555

คุณ MinJeE มีอะไรก็สอบถามได้นะครับ ^^

คุณ UnknowPerson ค่อย ๆ เรียนเอง ขำ ๆ เดี๋ยวก็เก่งไม่รู้ตัวเองแหละครับ ^^

คุณ วิถีแมวว์ ...สบายดีครับ แต่ผมเบื่ออะ สงสัยไม่ค่อยเหมือนคนอื่น -*-

คุณ หมอโรคจิต ...ถ้าไม่ได้ใช้ก็ลืมเป็นเรื่องธรรมดาครับ...ผมใช้ทุกวันยังลืมเลย (อ้าว -*- )

คุณ PastelSalad...ขอบคุณสำหรับคำชมครับ แต่ถ้าจะให้รวมเล่ม คงต้อง copy แล้ว paste สักห้าสิบรอบ จะได้ความหนาพอขายพอดี ด้วยเนื้อหาที่เท่าเดิม 55555

คุณ ฟ้าฝนไม่เป็นใจ ... ขอให้ได้งานตามที่หวังนะครับ ถ้ามีงานดี ๆ ก็บอกกันบ้างนะ (อ้าว -*- ) ...ขอบคุณสำหรับลูกเชอร์รี่..(อ๊ะ ดราก้อนบอลสินะ)...นะครับ ^^

คุณ watabo ขอให้สอบผ่านนะครับ สาธุๆๆๆ ^^

คุณ @eltshan@ ...แต่ถ้าเทพจริง ๆ ถึงเงินเดือนตันก็ไม่เดือดร้อนหรอกครับ เพราะคงไปตันเอาตอนหลักแสนหรือเกือบแสน หรือไม่ก็ชั่วโมงละเกือบหมื่นโน่นล่ะครับ ^^ (พูดเรื่องไกลตัวเองแล้วรันทด TAT ) ...อ้อ ขอแสดงความยินดี + อิจฉา ที่สอบผ่านระดับหนึ่งแล้วนะครับ ^^

คุณ Penz ... เป็นล่ามต้องรู้หลาย ๆ เรื่องครับ (โดยเฉพาะเรื่องชาวบ้าน...เอ๊ะ? -*- ) จะทำให้เรานึกภาพออกได้ง่ายเวลาแปล ช่วยได้เยอะครับ ^^

คุณ แพนด้ามาจากญี่ปุ่น ... การดำน้ำเป็นสิ่งเดียวที่ผมมั่นใจว่าทำได้เก่งไม่แพ้ใครเลยล่ะครับ (__ __")a

คุณ นายฉิม (หรือจะเรียกคุณฉิม -*- ) ... ทำเป็นเล่นไป ภาษาลาวผมก็อยากเรียนนะครับ...ฟังออกจาน่ารัก ^^
คุณ your_natty ... ได้ระดับสามตั้งแต่ม.6 O__o

เก่งจังเลยครับ...แต่ทำไมไม่เรียนต่ออะ เสียดาย ๆ ไม่งั้นผ่านระดับหนึ่งก่อนจบปีสี่แน่เลยเนอะ ^^
เมื่อวานเพิ่งสอบวิชาล่ามญี่ปุ่น ในมหาลัยเอง
ตายกันไปข้าง
ล่ามพูดพร้อมนี่ไม่ไหวจิง

คงต้องขอหนีไปชุบตัวก่อน ...

#17 By Kutan~> on 2008-03-04 09:50

ดีค่ะ กำลังสนใจเลย
งานเก่าที่ทำอยู่โคตรหนักเลย
กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะออกไปทำอะไรดี เดี๋ยวจะมาขอคำแนะนำนะคะ

#18 By uregus on 2008-03-04 09:53

อู๋มาแบ่งปันประสบการณ์...
ไม่ใช่ประสบการณ์ตรงหรอกคะ เป็นประสบการณ์อ้อมๆ
ที่หม่ามี้เล่าให้ฟัง เพราะหม่ามี้เคยทำงานเป็นล่ามตอนจบมาใหม่ๆอยู่
(ล่ามญี่ปุ่นนี่แหละคะ) แต่ตอนนี้หม่ามี้เลิกเป็นล่ามไป30ปีได้แล้ว
หม่ามี้ทำงานเป้นล่ามแค่3-4ปีเองค่ะ
หม่ามี้บอกว่า..(ตามหัวข้อพี่ไปเรื่อยๆแล้วกัน แหะๆ)
-หม่ามี้เป้นล่ามที่ไม่เอาไหนเลย ฟังได้ แต่พูดไม่เป็น
-หม่ามี้ไม่ได้ไปสอบที่ไหนค่ะ จบจากอักษรจุฬาหม่ามี้ก็เข้าทำงานเป็นล่ามที่โรงงานแหงหนึ่ง
-เงินเดือนของหม่ามี้ หม่ามี้บอกว่าได้พอๆกับพนักงานคนอื่นๆค่ะ
-มาถึงส่วนที่หม่ามี้ชอบเล่าให้ฟังบ่อยที่สุด คือเรื่องข้อดีข้อเสียนีี่แหละคะ
ข้อดีที่เห้นได้ง่ายๆก็คือการทำงานเป้นล่ามของหม่ามี้ ทำให้หม่ามี้ของอู๋เจอกับป๊ะป๋าแล้วก็เลยมีอู๋อยุ่ทุกวันนี้ไง แหะๆ แล้วข้อดีอีกอย่างก็คือว่างานสบาย ไม่เครียดอะไรมาก หม่ามี้บอกว่าเป้นงานที่ชิวเหลือเกินค่ะ
ข้อดีที่หม่ามี้บอกเอาไว้มีแค่นี้ แต่ข้อเสียนั้นหม่ามี้บอกไวก็คือว่า
หม่ามี้เล่าให้ฟังว่าตอนที่หม่ามี้ทำงานนั้น เหนื่อยแสนสาหัด แม้ว่าจะง่ายๆชิวๆ แต่เวลางานไม่เคยเป้นเวลา เจ้านายญี่ปุ่นชอบนัดประชุมกันตอนเย็นๆ กว่าจะเลิกห้าทุ่มก็มี หม่ามี้เดินทางกลับบ้านกว่าจะได้นอน
สรุปว่าได้นอนจริงๆ 3-4ชมต่อวัน
สุดท้ายหม่ามี้ก็ไม่ไหว อยู่ดีๆก็เป็นลมระหว่างกำลังทำหน้าที่ล่ามแปล
หม่ามี้เลยขอลาออก ... ไปทำงานเป้นเลขาฯแทนซะอย่างนั้น -*-

จบเรื่องเล่าเล้กๆที่อู๋เคยฟังมาจากแม่แล้วค่ะ
ทำไมมันต่างจากประสบการณ์ของพี่ราวฟ้าักับดินอยางนี้หนอ
สงสัยเป็นเพราะอคติของหม่ามี้อู๋แน่เลย 55+
มาแลกเปลี่ยนเฉยๆนะคะ ไม่ได้มีเจตนาขัดคอแต่อย่างใด
เพราะจริงๆแล้ว อู๋ก็สนใจที่จะเป็นล่ามอยู่ไม่น้อย
(ติดแต่หม่ามี้ห้ามไว้นี่แหละ TT)

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ
เขียนซะยาวคงไม่ว่าอะไรนะคะsad smile sad smile
ล่ามดำน้ำนี่ ..ดำน้ำไปแปลไปรึป่าวคะ cry อิอิ

อยากรู้ว่าตอนสมัครงานอย่างเงี้ย เขาไม่ขอดูวุฒิที่จบมาโดยตรง(เกี่ยวกับภาษานั้น ๆ หรือคะ) เพราะที่บอกว่าเอาหนังสือมาฝึกเองได้เนี่ย ก็คือไม่มีวุฒิเอกภาษาญี่ปุ่นอ่าจิ หรือว่าเขาคงดูแค่ใบประกาศวัดระดับอย่างเดียว ใช่ป้ะคะ

แต่ถ้าเป็นภาษาอื่นอ่าคะ มันไม่มีวัดระดับนี่ พวกภาษาแปลก ๆ อย่าง สเปน โปรตุกีส อิตาเลี่ยน สแกนดิเนเวียน จะหางานทีทำยังไงอ่า เพราะไม่มีเอกในภาคคณะอักษรฯ(มนุษยฯ)เลยค่ะ วุฒิคงไม่มีแน่ ๆ ล่ะ

ปล.ดิชั้นแปลเป็นแต่ภาษาสายละตินค่ะ

#20 By =*MoonShiNe Ze*= on 2008-03-04 12:05

ปีที่แล้ว โดนขอให้เป็นอาสาสมัครช่วยงานของเยาวชน 120 ไทยญี่ปุ่น เป็นโครงการทำหนังสั้น...

แต่ปรากฏเขาทุนน้อย ญี่ปุ่น 7 คนไทย 10 แต่มีเราคนเดียวที่พูดได้ทั้งสองภาษา (ล่ามคนเดียวกับคนเกือบยี่สิบคน no imi นั่นแหละ) ช่วยเขาทำงานตั้งแต่เขียนบท ยันตัดต่อ สามอาทิตย์เต็ม ๆ ลมจะจับเอาค่ะ แต่ก็สนุกดี

เพราะทำงานครบวงจรแบบนี้เลยมีโอกาสได้ฝึกการเป็นล่ามทุกประเภทอย่างที่คุณว่ามา (แม้กระทั่งดำน้ำ ดำๆมุดๆไม่ลืมหูลืมตา กว่าจะรู้ตัวอีกทีหน้าเขียวกันเลยทีเดียว)

จริงๆ ก็ไม่ได้เทพถึงขั้นว่าจะเป็นล่ามพูดพร้อมหรอกค่ะ แต่บางที ไอ้คนพูด(เวลาถ่ายทำสัมภาษณ์)มันไม่ค่อยเข้าใจกระบวนการ ก็ไม่ยอมหยุดให้เราแปลก่อน เลยจำเป็นต้องพูดพร้อมไปโดยปริยาย (หาสน็อกเกิ้ลมาใส่แทบไม่ทัน)

ไหนจะเจอภาษาญี่ปุ่นสำเนียงสารพัดถิ่นอีก อันนี้ก็เล่นเอาปวดกบาล

เวลาผู้ใหญ่เขามีปัญหากัน เราก็ต้องไปเป็นไอ้เด็กปีหนึ่ง หัวโด่คอยแปลให้(แล้วดูศัพท์แสงที่ใช้ ก็ช่างปีหนึ่งเสียเหลือเกิน - -") ผู้ใหญ่มันด่ากัน จะว่าตลกก็ตลก จะว่าเครียดก็เครียดค่ะ เพราะฟังรู้เรื่องอยู่คนเดียว แต่บางอย่างก็พูดไม่ได้ (กลัวมันจะกลายเป็นความร้าวราน 120 ปี)

แต่ถ้าถามว่างานล่ามเป็นงานที่สนุกไหม ฉันก็ว่าสนุกดีนะคะ เพราะเป็นคนไม่ค่อยชอบอยู่กับที่ จะหนักใจก็ตรงข้อเสียข้อที่สามที่คุณว่ามานั่นแหละค่ะ ใช่เลย บางทีน่าเบื่อจริง ๆ เพราะเคยไปช่วยลุงคุยกับสมาคมเขาในงานไฮโซงานนึง อาหารแพง ๆ กะจะซัดก็... อย่างที่คุณว่าแหละค่ะ

รู้สึกว่าเช้า(?)นี้โชคดีแฮะ เข้ามาเจอบลอกนี้ ขอ add ไว้หน่อยแล้วกันค่ะbig smile

ปล. ชอบชื่อบลอกคุณ กับชื่อที่คุณใช้แฮะ... ทำไมดูเหมือนว่าเย็นชาซะขนาดนั้น...

[kokoronashi]ni
kokorowosagasunowa,
imiganaidarou...

surprised smile
หนึ่งในงานที่อยากทำเลย big smile
แต่ไม่รู้ว่าจะได้ทำเมื่อไหร่น้าา 55+

#22 By cherried on 2008-03-04 12:13

กลับมาตอบ...

คุณ Kutan ...ล่ามพูดพร้อมนี่ผมเคยพยายามจะเป็นอยู่พักนึงครับ...แต่สุดท้ายด้วยความพยายามแบบไร้หลักการ ทำให้ดูกลายเป็นล่ามพูดผิดไปซะมาก -*- ...เลยกลับมาเป็นล่ามพูดสลับเหมือนเดิมดีก่า TAT (บางทีก็เป็นล่ามพูดหลับ แปลไปหลับไปก็เคยมาแล้วจ้า...มีวันนึงหลับจนญี่ปุ่นต้องตบโต๊ะปลุก...อ้าว -*- )

คุณ uregus กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่...ต้องดูว่าทำงานอะไรอยู่ด้วยอะครับ...ถ้าเริ่มสื่อสารได้บ้าง ก็อาจจะลองไปทำงานพวก Japanese Speaking ดูก็ได้นะครับ ^^

คุณอู๋ (~•GoldfishOu•~) ... ที่คุณแม่ของคุณอู๋ได้เงินเดือนเท่าพนักงานคนอื่น ๆ ไม่ทราบว่าเพราะการไม่มีใบวัดระดับหรือเปล่าครับ...สงสัย ๆ ...ส่วนเรื่องพบรักในที่ทำงาน...น่าอิจฉานะครับเนี่ย...ล่ามดำน้ำ(ที่ต้องย้ายมาเฝ้าโกดัง) อย่างผมดำลงไปเจอแต่ปะการังกับหอยเม่นอะ TAT

คุณ =*MoonShiNe Ze*= ...การสมัครงานในฐานะล่าม วุฒิส่วนใหญ่จะเป็นปริญญาตรีนะครับ (คิดว่า) น่าจะเป็นสาขาอะไรก็ได้ แต่ขอให้มีใบวัดระดับมาก็พอ...อย่างตอนผมสมัคร วุฒิมนุษย์ - ภาษาญี่ปุ่น เกรด 2.33(OAo) แต่ได้ระดับสอง พอเค้าถามว่าระดับสองทำไมได้เกรดเท่านี้ ผมก็เลยบอกว่าเพราะทำไบท์หลายอย่าง...ก็อ้างกันปาย...555
ส่วนภาษาอื่น ๆ ถ้าภาษาอังกฤษก็คงมีคะแนน TOEIC (เขียนถูกปะนะ -*- ) แต่ถ้าเป็นภาษาไม่มีการสอบวัดมาตรฐานก็คงมีการสอบ ณ เวลาสัมภาษณ์โดยเจ้าของภาษาล่ะมั้งครับ...หรืออาจให้ลองแปลเอกสาร ฯลฯ ไม่ต้องกลัวครับ ผมว่า ถ้าเรามีความสามารถอยู่กับตัวซะอย่าง วิธีการพิสูจน์ความสามารถมีเยอะแยะครับ ^^

คุณ Apostrophe_s ...ผมก็ชอบชื่อคุณเหมือนกันนะครับ เพราะสมัียเรียนผมชอบออกเสียงคำ ๆ นี้ว่า อะป๊อดโตปี้ เอส...เพราะมันดูเท่ดี (ตรงไหนฟระ -*- ) เรื่องงานล่ามนั้น ถ้าได้ทำในที่ ๆ ยาก ๆ โหด ๆ สุดท้ายก็จะเก่งโดยไม่รู้ตัว อิอิ...มองด้านนึงก็น่าอิจฉาออกครับ ^^
ส่วนเรื่องชื่อผม เพราะว่า kokoronashi ไงครับ เลยต้องหาซักหน่อย...ประมาณว่า แน่จริงก็ลองหาดูสิ...555...ลองท้าให้หาดูเผื่อใครสามารถ หาได้ จะได้ให้รางวัล (รางวัลอะไร - -+)

คุณ cherried อ่าว...ไม่ได้ทำงานเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นหรอกเหรอครับ ลองแว่บ ๆ ไปดูบล็อกแล้วก็น่าจะเกี่ยว ๆ อยู่นะ ^^ อ้อ...อีกเรื่อง...ที่แท้ก็เป็นชาวดาวเคโรนนี่เอง...ผมกะลังบ่น ๆ โทษชาวดาวเคโรนอยู่เลยเนี่ยว่าทำให้สติปัญญากะไอคิวผมลดลงทุกวี่ทุกวัน ฮี่ๆๆๆ (บ่นไว้ใน My Profile น่ะ...)
โอ้ ล่ามล้ามHot! แปลงเป็นซุปเปอร์ไซย่า
อิอิ อ่านแล้ว สนุกดีค่ะ - -

แต่ก็คิดว่าจะเป้นล่ามอยุ่ หรือทำงานแปลนี่หละในอนาคต อยากทำงานที่แบบอิศระ หน่อย แฮ่ๆ

เป็นคนคิดที่ดีมั้ยเนี่ย

แล้วจะแว๊บๆมาบ่อยๆนะค่ะ

#27 By NK*NY (58.9.233.46) on 2008-03-04 21:54

ชอบสำนวนจขบ.

อาชีพในฝันเหมือนกันฮับ ตอนนี้นี่ยังเป็นไข่อยู่เลย sad smile

#28 By MoRi on 2008-03-04 23:09

โอ่ว Hot!
แล้วเมื่อไหร่ผมถึงจะได้เป็นซุปเปอร์ไซ่ย่าล่ะนี่

#29 By :: PAKO :: on 2008-03-04 23:56

เรื่องข้อเสียของการเป็นล่ามนี่จริงด้วยค่ะ เพราะความที่อยู่ตรงกลางของทั้งสองฝ่าย การแปลต้องทำอย่างระมัดระวัง ตรงประเด็น และไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดหรือผิดใจกันได้ ตาลว่า

#30 By ตาลเอง on 2008-03-05 00:19

(เน็ตบ๊อง ตัดข้อความไปซะอย่างนั้น)

ตาลว่า มันเป็นจุดที่ยากมากๆจุดหนึ่งของการทำงานล่าม

ไม่รู้ว่าจะรบกวนเกินไปรึเปล่า ถ้าอยากให้ช่วยแจกแจงเรื่องการเป็นล่ามซักเล็กน้อย เ%

#31 By ตาลเอง on 2008-03-05 00:48

naimono wo sagasuno wa
murinakotojanaindesuka.

question
สุขสันต์วันเกิดวันเดียวกันค่ะ

น้องชายเพิ่งจบเอกญี่ปุ่น เคยฝึกงานเป็นล่ามมาบ้างก๊อกแก๊ก กำลังหางาน ถ้าไงก็ขอคำแนะนำด้วยนะคะ

ขอบคุณที่แอดไปค่ะ ยินดีมาก

#33 By nyanta on 2008-03-05 17:02

ตอบเจ้าของบล็อกค่ะ

นัทอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นต่อมากๆฝันไว้หลายอย่าง
แต่ทุกอย่างก็พังเพราะที่บ้านบังคับ
ให้เรียนนิติศาสตร์ พอมาเรียนนิติก็หนักจนไม่มีเวลา
ที่จะเพิ่มพูนความรู้ให้ตัวเอง แถมเวลาจะหยิบมาอ่านสักนิด ก็โดนดุว่ามันไม่ออกข้อสอบหรอก ไปหยิบประมวลมาท่องตัวบทได้แล้ว

เศร้า..การเป็นลูกที่ดีตามใจพ่อแม่นี่
ทำให้เราพลาดจากความฝันไปได้ไกลเหมือนกันแฮะ

#34 By your_natty on 2008-03-06 11:40

อ๊าาาา พอดีเป็นภาษาอังกิดน่ะ
ว้า ไม่งั้นได้คนช่วยละ 555555

ขอบคุณมากๆๆค่ะ อย่าลืมอุดหนุนหนังสือนะ big smile big smile

#35 By nyanta on 2008-03-07 09:59

เกลียดดดดดดดดดงานล่ามสุดๆ ไปเลยค่ะ แต่เป็นอยู่ ช่วยไม่ได้ ต้องเก็บเงินนี่นา กะว่าได้ซักก้อนแล้วจะไปทำอย่างอื่นที่ชอบมากกว่า

#36 By + + n e o r o s i f i x + + on 2008-03-07 15:36

ขยันอัพบล็อกจ๊างพี่เรา อิอิ
คุนพี่เพื่อนน้องชวนไปทำล่ามที่ปราจีนอ่ะ
(อีกหรอบเดียวกับคุนพี่ แบบว่าเพื่อนชวนไปทำไง)
น้องมะอยากปายอ่า เขาว่ามันกันดาร
แต่ยังไม่ตอบตกลง อยากไปชลฯ
แต่ขอออกจากการเป็นกราวน์ สนามบินก่อนนะ หุหุ

#37 By น้องสุดที่เลิฟของจข.บล็อก (124.121.154.130) on 2008-03-24 15:56

เคยทำงานกับบ.ยุ่นเหมือนกันค่ะ แต่ได้ไปทำงานที่สาขาย่อยเมืองจีนเลยได้เจอล่ามตามประกบ พี่ๆล่ามก็บอกว่างานสบาย แต่ไม่มีโอกาสโตเลย ถึงเงินจะเยอะ บ้านเขาก็จ่ายให้ แสนสุขขี แต่สุดท้ายพี่ล่ามคนนึงก็ขอกลับไปประจำออฟฟิสที่ไทย ขอทำงานในออฟฟิสแทน เพราะว่าพี่เขาถึงจุดอิ่มตัวอะค่ะ จากที่ไปเห็นพี่เขาทำแล้วยังเบื่อแทนเลย เพราะต้องนั่งแปลซ้ำซากให้กับพนักงงานฝึกหัดที่เปลี่ยนไปมาอยู่ทุกๆหกเดือน ตอนเราไปถึงพี่เขาถึงกับเอาสมุดที่เขาโน๊ตไว้มาให้เรายืมดูอะค่ะ เพราะพี่เขาบอกว่าพูดไปก็เหมือนเดิม อ่านๆไปนะ เหอๆ